
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาอุตสาหกรรมรถยนต์ หลังจากนักลงทุนญี่ปุ่น แสดงความกังวลจากผลกระทบของสงครามการค้า ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69 ได้รับทราบมติของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (บอร์ดอีวี) เรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำมาตรการภาษีสรรพสามิตมาใช้รองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น
“ขณะนี้ ได้จัดเตรียมรายละเอียดของมาตรการภาษีสรรพสามิตไว้แล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์ ยืนยันว่า มาตรการภาษีสรรพสามิต จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมรถยนต์” นายเอกนิติ กล่าว
พร้อมระบุว่า การใช้มาตรการภาษีสรรพสามิต เพื่อดูแลผลกระทบดังกล่าวนั้น มีเป้าหมายเพื่อดูแลนักลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เข้ามาลงทุน และผลิตในประเทศไทย ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้า และความแตกต่างของอัตราภาษีศุลกากรในแต่ละประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ว่ารัฐบาลพร้อมดูแลให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมแก่นักลงทุนทุกคน
รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยังกล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยได้ปรับมาตรการ Visa Exemption ในรูปแบบใหม่ ซึ่งมีข้อกังวลว่าอาจทำให้นักธุรกิจต่างชาติที่ต้องเดินทางเข้าไทยเพื่อเจรจาหรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น มีความยุ่งยากขึ้น และเสี่ยงกระทบเชิงลบต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ว่า การปรับเกณฑ์วีซ่าดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคง และปรับให้เป็นไปตามกฎกติกาสากลมากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้หารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศแล้ว รวมถึงได้สั่งการให้สถานทูตต่าง ๆ อำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย ดังนั้นจึงอยากให้นักธุรกิจทุกคนสบายใจว่ามาตรการครั้งนี้จะไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่างแน่นอน
“วันนี้ เราจะให้คนที่เข้ามาทำธุรกิจใช้ Business Visa แทน แต่เราจะทำให้มันง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จะไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจแน่นอน” นายเอกนิติ กล่าว
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





