
ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 400 จุด โดยถูกกดดันจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ณ เวลา 20.39 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 436.59 จุด หรือ 0.85 สู่ระดับ 51,084.69 จุด
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้นเกือบ 1% สู่ระดับ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง หลังจากชะลอตัวในช่วงการซื้อขายก่อนหน้า
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 5.337% หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2545
ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.716% หลังจากดีดตัวแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2545
นักลงทุนจับตารายงานการประชุมนโยบายการเงินครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกันยายน โดยในการประชุมครั้งนั้น เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566
รายงานการประชุมดังกล่าวจะช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า ผู้กำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐกำลังประเมินและมองภาวะเศรษฐกิจอย่างไร
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




