
นายโมฮัมหมัด อักรามิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่าน กล่าวว่า หากมีความจำเป็น อิหร่านจะดำเนินปฏิบัติการทางทหารด้วยการชิงโจมตีล่วงหน้า เพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู
เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน และมีการเผยแพร่เมื่อวันพุธ โดยย้ำว่า กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านเคยปฏิบัติการในลักษณะดังกล่าวต่อศัตรูมาแล้วก่อนหน้านี้
นายอักรามิเนียกล่าวว่า อิหร่านได้เปลี่ยนแปลงหลักการทางทหาร จากเดิมที่เน้นการตั้งรับ มาเป็นการรุก และได้ใช้หลักการดังกล่าวในการทำสงครามกับสหรัฐและอิสราเอล
เขาระบุว่า ปฏิบัติการที่กองกำลังอิหร่านดำเนินการตามหลักการใหม่นี้ ได้แก่ การโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม รวมถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนหลายครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ต่อฐานที่ตั้งของกลุ่มต่อต้านการปฏิวัติและกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ซึ่งประจำการอยู่ในเขตเคอร์ดิสถานของอิรักที่มีสถานะปกครองตนเอง
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การโจมตีฐานทัพสหรัฐดังกล่าว ซึ่งเป็นการโจมตีล่วงหน้า “ทำให้เราเป็นฝ่ายได้ริเริ่มการโจมตี และทำให้พวกเขาไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้”
นายอักรามิเนียย้ำว่า การใช้ปฏิบัติการโจมตีล่วงหน้า โดยยึดหลักการต่าง ๆ เช่น ความจำเป็น ความเร่งด่วน และความได้สัดส่วน ถือเป็นการดำเนินการที่ชอบธรรม
เมื่อกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะส่งกองกำลังภาคพื้นดินบุกอิหร่าน เขากล่าวว่า “จากการประเมินของผม ชาวอเมริกันจะไม่กล้าส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าบุกอิหร่าน”
นายอักรามิเนียกล่าวว่า กองทัพอิหร่านได้ตัดสินใจที่จะพัฒนาขีปนาวุธให้มีพิสัยไกลขึ้น หลังจากสงครามกับสหรัฐและอิสราเอล
“จากสงครามครั้งนี้ เราได้ข้อสรุปว่าเราจะต้องเพิ่มพิสัยการยิงของขีปนาวุธอย่างแน่นอน และขณะนี้เราได้เริ่มดำเนินการในทิศทางดังกล่าวแล้ว” เขากล่าว พร้อมอธิบายว่า เหตุผลคือศัตรูได้เคลื่อนกำลังไปประจำการในระยะที่ไกลออกไปจากชายฝั่งของอิหร่าน โดยไกลถึง 1,000 กิโลเมตร “และเราจะยังคงพัฒนาขีปนาวุธเหล่านี้ต่อไป”
นายอักรามิเนียยังเน้นว่า อิหร่านได้พัฒนาความเร็วและความแม่นยำของขีปนาวุธอย่างมีนัยสำคัญ โดยขีปนาวุธรุ่นต่อ ๆ ไปจะมีความเร็วและความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





