ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (8 ต.ค.) ตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ปิดร่วงลงในวันพุธ (7 ต.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น และรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 69,840.64 จุด ลดลง 195.07 จุด หรือ -0.28%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,031.66 จุด ลดลง 98.84 จุด หรือ -0.41%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,838.98 จุด ลดลง 3.21 จุด หรือ -0.08%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.35%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.4%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.350% ในวันพุธ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทดังกล่าวเป็นอัตราอ้างอิงหลักสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และหนี้บัตรเครดิต
ส่วนรายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของเฟดระบุว่า กรรมการเฟดมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ โดยกรรมการบางส่วนมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อจำกัดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน ขณะที่บางส่วนเห็นว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์
นอกจากนี้ รายงานการประชุมระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่เชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเวลานาน
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 17.2% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค. ซึ่งลดลงจากระดับ 37.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 85% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





