ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งลงตามตปท.รับบอนด์ยีลด์นิวไฮกดดัน เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก ลุ้นน้ำมันหนุนตลาดหลังราคาขึ้นต่อ

นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งตัวลง ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 24 ปี หลังจากรายงานประชุมเฟดออกมากรรมการเฟดส่วนใหญ่ยังหนุนการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และราคาน้ำมันยังปรับเพิ่มขึ้น หลังมีการโจมตีต่อเนื่อง แต่อาจหนุนต่อหุ้นกลุ่มอิงราคาน้ำมันหนุนดัชนีในช่วงที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ พร้อมให้แนวต้าน 1,590 จุด แนวรับ 1,570 จุด

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม, IAA กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ [SET.X] คาดว่าแกว่งตัวลง ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยที่ตลาดหุ้นยังมีแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเมื่อคืนนี้ Bond Yield สหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นไปสูงสุดในรอบ 24 ปี หลังจากที่รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังมีความเห็นของกรรมการเฟดส่วนใหญ่ยังสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

ขณะที่ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้น หลังจากที่ยังมีการโจมตีกันต่อเนื่อง แต่ก็อาจจะเป็นแรงหนุนให้กับหุ้นกลุ่มที่อิงกับราคาน้ำมันช่วยหนุนดัชนีได้ ในช่วงที่ตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่

โดยให้แนวต้าน 1,590 จุด แนวรับ 1,570 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (7  ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,179.87 จุด ลดลง 341.41 จุด หรือ -0.66%   ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,801.77 จุด ลดลง 17.16 จุด หรือ -0.22% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 27,538.69 จุด ลดลง 61.20 จุด หรือ -0.22% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 69,840.64 จุด ลดลง 195.07 จุด หรือ -0.28%  ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] เปิดที่ระดับ 24,031.66 จุด ลดลง 98.84 จุด หรือ -0.41% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,838.98 จุด ลดลง 3.21 จุด หรือ -0.08% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.35%

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (7 ต.ค.) 1,584.63 จุด เพิ่มขึ้น 2.41 จุด (+0.15%) มูลค่าซื้อขาย 73,648.47  ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (7 ต.ค.) 1,718.29  ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน พ.ย.. ( 7  ต.ค..) ลดลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 88.28  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด ( 7 ต.ค.) อยู่ที่ 10.1 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.64 แข็งค่าจากวานนี้สอดคล้องภูมิภาค คาดกรอบวันนี้ 33.50-33.75  

– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ซึ่งโดยทั่วไปมักตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.724% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงหลักสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และหนี้บัตรเครดิต ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.350% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.818%

– พิษน้ำท่วมอมตะซิตี้ลามค่ายรถญี่ปุ่น ส.อ.ท.เผยซัปพลายเออร์ 10 กว่าแห่งสะดุด ทำการผลิตชะลอตัวตามระบบ Just-In-Time ยืนยันเร่งฟื้นฟูพร้อมเปิดสายการผลิตส่งมอบชิ้นส่วนได้ปกติ 12 ต.ค. 69 ผนึกกระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งวอร์รูมสั่งลดราคาอะไหล่ช่วยอุ้มผู้ประสบภัย 

– ThaiBMA ชี้บอนด์ยิลด์สหรัฐมีโอกาสขยับขึ้น กดดันฟันด์โฟลว์ไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ แต่เชื่อเป็นระยะสั้น ยอมรับยอดออก เสนอขายหุ้นกู้ปีนี้พลาดเป้าที่ 8.8 แสนล้านบาท เหตุ “บิ๊กบจ.” ชะลอการออก หันไปเสนอขายต่างประเทศ-บางส่วนใช้เงินกู้แทน หลังแบงก์แข่งปล่อยสินเชื่อ แต่มีลุ้นปีนี้ แตะ 8 แสนล้านบาท หากหุ้นกู้ครบกำหนด Q4/2569 ราว 1.72 แสนล้านบาท โรลโอเวอร์เต็มจำนวน 

– “เอกนิติ” คอนเฟิร์ม 1-2 สัปดาห์เคาะเรตเก็บภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้า หลัง ครม.รับทราบแนวทางใช้ภาษีแก้ปัญหาอุตสาหกรรมรถยนต์จากผลกระทบของสงครามการค้า-ภาษีศุลกากร พร้อมยืนยันรัฐบาลไทยเร่งดูแลนักธุรกิจทุกคนให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม 

– “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” แนะตลท.ร่วมมือหน่วยงานทุกภาคส่วน ดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพสูง-ธุรกิจใหม่เข้าจดทะเบียน เสริมเสน่ห์ตลาดหุ้นไทย พร้อมยกระดับธรรมาภิบาล หวังช่วยฟื้นความเชื่อมั่นลงทุนให้ดีขึ้น ด้านตลท. เดินหน้าทบทวนบทบาทองค์กร-เปิดรับฟังความเห็นทุกมิติ 

– ก.พลังงาน ย้ำกองทุนน้ำมันฯ ยังไม่จำเป็นต้องกู้เงินแม้คาดสัปดาห์หน้าฐานะกองทุนติดลบแตะระดับ 1 แสนล้านบาท ยันมีสภาพคล่อง 1 หมื่นล้านบาท ยังสามารถดูแลราคาน้ำมันและ LPG ได้ ล่าสุดรอ ก.คลังเคาะตัวเลข ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 แย้มอาจมีการเรียกเก็บส่วนเกินค่าการกลั่นจากกลุ่มโรงกลั่นเพิ่มเติมอีกครั้งกลาง ต.ค.นี้ 

– รฟม.เร่งสรุปผู้เดินรถสายสีม่วงใต้ เสนอ ครม.ปลายปีนี้ คาดเจรจา BEM ไตรมาส 1/2570 จัดหาขบวนรถราว 3 ปี ตั้งเป้าเปิดเต็มรูปแบบปี 2573 ส่วนตั๋วร่วม 17-45 บาท เดินหน้าเริ่ม 1 มกราคม 2570 โดยสายสีน้ำเงิน-ม่วงเหลือง-ชมพู พร้อมรองรับ EMV ส่วนสายสีเขียว-ทองเร่งปรับระบบและทำ MOU กับ กทม. เดินหน้าพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เกือบ 70 แห่ง ผ่านสัญญา PPP ตั้งเป้ารายได้เพิ่มจาก 300 ล้านบาทต่อปี เป็นกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2570-2580 เพื่อทดแทนรายได้สัมปทานที่จะทยอยหมดหลังปี 2572 

– “เอกนิติ” เล็งดึงบริษัทญี่ปุ่นเข้า SET เป็นชาติแรก พร้อมปลุกไทยสู่บริบทใหม่ Middle Power ของเศรษฐกิจโลก จัดประชุม IMF-World Bank 2026 ไร้ปัญหา เปิดฟาสต์แทร็คเดินทางเข้าประเทศสะดวก ฟาก “อัสสเดช” ดันไทยศูนย์กลางลงทุนยุค AI ด้าน “ศุภจี” รุดเยี่ยมโตโยต้า หลังการผลิตสะดุด ซัพพลายเออร์ส่งชิ้นส่วนไม่ได้ 

– คนไทยเที่ยวต่างประเทศและชาวต่างชาติที่เดินทางออกจากไทยอาจต้องจ่ายภาษีเพิ่มหลังกรมสรรพากรเปิดรับความเห็นร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรผ่านเครื่องบินครั้งละ 1,000 บาท พร้อมวางเพดานจัดเก็บสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง 

– รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 28 ก.ย.-6 ต.ค.2569 ณ จังหวัดภูเก็ต ผลการประชุมมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยการเจรจาในส่วนของข้อบทต่างๆ ได้ข้อสรุปแล้วอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาเปิดตลาด และประเด็นเชิงนโยบายที่ต้องเจรจากันต่อ การเจรจาหลังจากนี้จึงเข้าสู่ช่วงสุดท้าย เพื่อให้สรุปการเจรจาให้ได้ผลลัพธ์ที่สมดุล 

*หุ้นเด่นวันนี้

-BCH (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.60 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/69 ที่ 380 ลบ. (+11% q-q, +22% y-y) หนุนจากรายได้ที่เร่งตัวและ Margin ฟื้นจาก Operating Leverage เป็นจุดเริ่มต้น Earnings Upcycle รอบใหม่ ขณะที่มี Catalyst จากการพิจารณาปรับขึ้นอัตราเหมาจ่ายประกันสังคมวันที่ 24 ต.ค. ซึ่งอาจเป็น Upside ต่อกำไรปี 2569 เป็นต้นไป

-PR9 (พาย) ราคาเป้าหมาย 20  บาท ไตรมาส 3/69 QoQ/YoY คาดจะขยายตัว จากการลงทุน เครื่องมือรักษาโรคเฉพาะทาง อาทิ เครื่องฉีดสีสวนหลอด เลือด 2 ระนาบ (Biplane Angiography) เครื่่องที่ 2 และห้องบำบัดด้วยออกซิเจน ความดันสูง

-RJH (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 17.70 บาท คงคำแนะนำ”ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมาย RJH เป็น 17.70 บาท หลังเพิ่มประมาณการกำไร โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 โต 63%  YoY แตะ 134 ล้านบาท แรงหนุนหลักมาจากประกันสังคมและ RNH ตามจำนวนผู้ประกันตนและภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัว แม้รายได้ผู้ป่วยเงินสดยังด่ออ่อนแอ Valuation น่าสนใจแต่ยังมีความเสี่ยง หุ้นซื้อขายที่ PER เพียง 10-11 เท่า และให้ DY 5.9% ขณะที่ความเสี่ยงหลักคือ สปท.ไม่ขึ้นค่าบริกา่ร กฎระเบียบเข้มงวดและกำลัังซื้ออ่อนแอ

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน

ข่าวล่าสุด