ผู้นำธุรกิจญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เรียกร้องรัฐบาลเร่งผลักดันความร่วมมือด้าน AI

ผู้นำภาคธุรกิจญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลสองประเทศเร่งผลักดันความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งการสนับสนุนภาคเอกชนจัดหาแหล่งพลังงานที่จำเป็น ตลอดจนการวางแนวทางกำกับดูแล AI ให้สอดคล้องกัน ท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยีที่กำลังรุดหน้าอย่างรวดเร็ว

ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นหลังการประชุม 2 วัน ณ กรุงวอชิงตัน โดยสภาธุรกิจของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งสองประเทศเร่งผลักดันการลงทุนระหว่างกัน ส่งเสริมความร่วมมือด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกให้มีความยืดหยุ่นและน่าเชื่อถือ

เดวิด โกเอคเลอร์ ประธานกรรมการและซีอีโอ บริษัท แซนดิสก์ คอร์ป (Sandisk Corp.) ผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาธุรกิจสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนผลประโยชน์เฉพาะหน้าและเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการเปิดช่องทางการสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

สำหรับประเด็น AI นั้น โกเอคเลอร์กล่าวในการแถลงข่าวว่า การพัฒนา AI เกิดขึ้นรวดเร็วกว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในอดีต จึงทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเรียกร้องให้ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยกระดับการหารือและความร่วมมือด้าน AI 

แถลงการณ์ดังกล่าวได้รับการรับรองจากบริษัทญี่ปุ่นและสหรัฐฯ รวม 130 แห่ง พร้อมเสนอแนะแนวทางให้รัฐบาลทั้งสองประเทศดำเนินมาตรการเพื่อปลดล็อกการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบ “ทวีคูณ” โดยเฉพาะการจัดทำกรอบการกำกับดูแล AI ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ อิงตามระดับความเสี่ยงและลักษณะการใช้งาน และอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลทั้งสองประเทศควรสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน เดินหน้าพัฒนาแหล่งพลังงานแห่งอนาคตเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก AI รวมถึงยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

สำหรับการวางแผนธุรกิจระยะยาว ผู้นำภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งสองประเทศสร้างกรอบการค้าและการลงทุนที่ “โปร่งใส คาดการณ์ได้ และอยู่บนพื้นฐานของกติกา” เพื่อเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

มาโกโตะ ทาคาชิมะ ประธานกรรมการ บริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (Sumitomo Mitsui Financial Group Inc.) ผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาธุรกิจญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประธานร่วมในการประชุมประจำปีครั้งนี้ ระบุว่า การยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของการเติบโตและเสถียรภาพของทั่วโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ การประชุมธุรกิจสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 64 มีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงโตเกียวในปี 2570

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปรียพรรณ มีสุข