
กิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล เปิดเผยวันนี้ (8 ต.ค.) ว่า สถานกงสุลใหญ่อังกฤษในเยรูซาเลมตะวันออกยุติการดำเนินงานตามคำสั่งของอิสราเอล พร้อมระบุว่า กงสุลใหญ่และนักการทูตอีก 19 คนจะเดินทางออกจากอิสราเอล
ซาร์ระบุในแถลงการณ์ว่า การปิดสถานกงสุลใหญ่ซึ่งประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนก.ย. มีผลตั้งแต่วันพฤหัสบดี โดยอาคารดังกล่าวยังคงเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลอังกฤษ แต่จะไม่ทำหน้าที่เป็นสถานกงสุลใหญ่อีกต่อไป ขณะที่นักการทูตที่ยังอยู่จะปฏิบัติงานภายใต้ขอบเขตหน้าที่ที่จำกัด
ก่อนหน้านี้ อิสราเอลประกาศเมื่อเดือนก.ย. ว่าจะปิดสถานกงสุลใหญ่อังกฤษภายใน 30 วัน เพื่อตอบโต้การที่อังกฤษประกาศคว่ำบาตรนิคมอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ โดยรัฐบาลอังกฤษพยายามเจรจากับอิสราเอลจนถึงช่วงสุดท้ายเพื่อไม่ให้มีการปิดสถานกงสุลใหญ่
หลังการหารือระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ อิสราเอลตกลงให้นักการทูตอังกฤษ 7 คนยังสามารถปฏิบัติงานจากอาคารดังกล่าวต่อไปได้ แม้อาคารจะไม่ทำหน้าที่เป็นสถานกงสุลใหญ่อีกต่อไป
ด้าน เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ โต้แย้งว่าอิสราเอลไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งปิดสถานกงสุลใหญ่ พร้อมย้ำว่าเยรูซาเลมตะวันออกเป็นดินแดนที่ถูกยึดครอง
มิลลิแบนด์เสริมว่า อาคารสถานกงสุลใหญ่จะยังเปิดดำเนินงานภายใต้ชื่อใหม่ “UK Mission, Jerusalem” (คณะผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำเยรูซาเลม) ตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป และจะทำงานร่วมกับชาวปาเลสไตน์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงเรื่องหลักประกันด้านความปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่และอาคารได้ ส่งผลให้อังกฤษถอนเจ้าหน้าที่และครอบครัวบางส่วนออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





