SET ปิดที่ 1,570.61 จุด ลดลง 14.02 จุด (-0.88%) มูลค่าซื้อขาย 63,644.04 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงรับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐสูงกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 4% จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ปัจจัยในประเทศเจอแรงกดดันจากข่าวรัฐเล็งเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศกระทบกลุ่มท่องเที่ยว แนวโน้มพรุ่งนี้คาดตลาดซึมตัว ระยะสั้นขาดปัจจัยบวกขับเคลื่อน ให้กรอบแนวรับ 1,550 จุด แนวต้าน 1,585 จุด

ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้ปิดที่ 1,570.61 จุด ลดลง 14.02 จุด (-0.88%) มูลค่าซื้อขาย 63,644.04 ล้านบาท
การซื้อขายวันนี้ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบ และช่วงบ่ายย่อตัวลงแรง โดยทำจุดต่ำสุด 1,566.89 จุด และจุดสูงสุด 1,584.54 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 139 หลักทรัพย์ ลดลง 302 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 200 หลักทรัพย์
นายวทัญ จิตต์สมนึก, IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย เปิดเผยว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงรับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก จากการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ทั้งอายุ 2 ปี, 10 ปี และ 30 ปี
นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแรงกว่า 4% จากรายงานข่าวว่าสหรัฐเตรียมโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งความกังวลดังกล่าวยิ่งเป็นปัจจัยเร่งให้บอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นต่อ และส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ทั้งตลาดหุ้น ทองคำ และตราสารหนี้
ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศก็มีแรงกดดันเข้ามาเพิ่มเติม จากการที่ภาครัฐอาจพิจารณาจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ ในกรอบประมาณ 1,000–5,000 บาท ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้เกิดความกังวลว่าประชาชนอาจลดการเดินทาง และส่งผลกระทบกดดันต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว เช่น AOT และ MINT ให้ปรับตัวลดลง ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ก็ยังไม่คลี่คลาย
แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดตลาดมีโอกาสซึมตัวลง ระยะสั้นยังขาดปัจจัยบวกใหม่ อาจต้องรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (Midterm Election) ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ดี หากราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ยังทรงตัวในระดับสูงก็จะยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน
ให้กรอบแนวรับ 1,550 จุด และแนวต้าน 1,585 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
โดย วรินทร ศิรินอก



