
เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.67 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.64 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 – 33.68 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เงินบาทแกว่งตัวในกรอบแคบและผันผวนตามราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 – 33.75 บาท/ดอลลาร์
โดยคืนนี้สหรัฐฯ จะมีการรายงานตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อเนื่อง
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.19 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 157.71 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1190 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1200 ดอลลาร์/ยูโร
– ดัชนี SET ปิดที่ 1,570.61 จุด ลดลง 14.02 จุด (-0.88%) มูลค่าซื้อขาย 63,644.04 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 6,378.17 ล้านบาท
– ฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ล็อกเป้า 18 รมต.ภูมิใจไทย ซัดระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศ คาดเริ่มซักฟอกปลายเดือนต.ค. นี้
– ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเอกสารหลักฐานประกอบการรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศที่มาจากต่างประเทศของลูกค้าที่เป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ เพื่อให้การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นไปเพื่อการค้าการลงทุนและตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง
– ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะเติบโตได้ 2.3% บวก/ลบ มีแนวโน้มดีกว่าที่เคยประเมินไว้ในช่วงต้นปี ที่ช่วงนั้นหลายฝ่ายมีความกังวลต่อผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง แต่ภาคธุรกิจและประชาชนในประเทศ ก็สามารถปรับตัวได้ดี ด้วยการลดใช้พลังงาน และจัดหาน้ำมันจากแหล่งใหม่ทดแทน
– ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนก.ย. 69 อยู่ที่ 52.1 ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.2 ในเดือนส.ค. และเป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมและราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงเกินระดับ 40 บาทต่อลิตร ซึ่งส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แม้ว่ารัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ต่อเนื่องอีก 2 เดือนก็ตาม
– มหาวิทยาลัยหอการค้า เสนอให้รัฐบาลกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปี / เสริมสภาพคล่องและแก้หนี้เชิงรุก โดยปรับโครงสร้างหนี้ภาคครัวเรือน และ SME เติมสภาพคล่องดอกเบี้ยต่ำ เพื่อประคองกำลังซื้อและป้องกันหนี้เสีย และดูแลเสถียรภาพค่าเงินและการค้าต่างประเทศ รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ พร้อมหนุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
– รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ว่า คาดว่าจะลงนามอย่างเป็นทางการได้ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และเป็นประเทศแรกในตะวันออกจากที่มีการเซ็น FTA
– ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เผยแพร่รายงานการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนก.ย.ในวันพุธ (7 ต.ค.) โดยระบุว่า กรรมการเฟดมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ โดยกรรมการบางส่วนมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อจำกัดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน ขณะที่บางส่วนเห็นว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน




