
เจ้าหน้าที่เจรจาจากสหรัฐฯ ยูเครน และยุโรป ใช้เวลาหารือกันนาน 6 ชั่วโมงที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เมื่อวันศุกร์ (9 ต.ค.) เพื่อจัดทำข้อเสนอร่วมสำหรับยุติสงครามในยูเครน โดยมีเป้าหมายบรรลุข้อตกลงภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ก่อนนำเสนอให้รัสเซียพิจารณา หวังสร้างความคืบหน้าทางการทูตก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว
การหารือครั้งนี้มีสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนของสหรัฐฯ เข้าร่วม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ยูเครนและผู้แทนจากยุโรปและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO)
ประเด็นสำคัญที่หารือกัน ได้แก่ หลักประกันความมั่นคงที่สหรัฐฯ และประเทศยุโรปอาจมอบให้ยูเครนหลังสงครามยุติ แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ และแนวทางการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องดินแดน แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อเสนอที่กำลังพิจารณา
ทีมเจรจายังหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดทำกรอบความมั่นคงระหว่างยุโรปกับรัสเซียในอนาคต เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของแนวทางดังกล่าว
ความพยายามผลักดันการเจรจาสันติภาพเกิดขึ้นท่ามกลางความเห็นต่างเกี่ยวกับแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อรัสเซีย โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า รัสเซียตกลงจัดส่งน้ำมันดีเซลให้ตลาดโลกเพื่อช่วยลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์ได้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกเชื้อเพลิงของรัสเซียเป็นการชั่วคราว
โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ วิจารณ์การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว โดยเซเลนสกีเตือนว่ารายได้จากการขายเชื้อเพลิงจะช่วยสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย พร้อมตั้งคำถามต่อความมุ่งมั่นของรัฐบาลวอชิงตันในการเจรจาสันติภาพ เขาระบุว่า เงินทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ทำสงครามกับประชาชน ยูเครน และทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ
ด้านวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ส่งสัญญาณว่า การกลับมาเจรจาสันติภาพในทันทีไม่น่าจะเกิดขึ้น โดยอ้างถึงการโจมตีกรุงมอสโกด้วยโดรนของยูเครน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวว่าทั้งรัสเซียและยูเครนจำเป็นต้องประนีประนอมเพื่อให้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทเรื่องดินแดนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
ขณะนี้ทีมเจรจากำลังพยายามกำหนดจุดยืนร่วมกันให้ได้ก่อนเริ่มหารือกับรัสเซียเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





