
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การบริหารงานจากประสบการณ์ที่ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศมาถึง 3 ครั้ง ทั้งต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์ และโควิด-19 ซึ่งในภาวะวิกฤต ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปมักจะชะลอและเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยง แต่สำหรับธนาคารออมสินไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะมีภารกิจหลักในการเป็นเกราะพยุงประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินเน้นการคืนประโยชน์สู่ลูกค้าด้วยการรักษา ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) ให้ต่ำที่สุด ไม่คิดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมแพง เพื่อนำกำไรกลับมาช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง
“ธนาคารพาณิชย์อาจเข้มงวดในยามวิกฤต แต่ออมสินทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะหน้าที่เราคือพยุงประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กที่ไม่มีหลักประกัน ให้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้เขาตัดเงินต้นได้จริง และรอดไปด้วยกัน” นายทรงพล กล่าว
กางแผนปี 70 ตั้งเป้าสินเชื่อโต 1.5 เท่า GDP มุ่งอุ้ม “คนตัวเล็ก-ไร้หลักประกัน”
นายทรงพล กล่าวถึง ทิศทางธุรกิจที่ส่งให้กระทรวงการคลัง ว่า ธนาคารตั้งเป้าเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ประมาณ 3% (คิดเป็น 1.25 ถึง 1.5 เท่าของ GDP ที่คาดว่าจะโต 2%) จากพอร์ตสินเชื่อรวมปัจจุบันที่ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท ขณะที่ธนาคารอื่นชะลอการปล่อยกู้ แต่ออมสินยังคงเดินหน้าเติมสภาพคล่องให้ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก
1.กลุ่มฐานราก พ่อค้า แม่ค้า ตลาดสด ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เข้าไม่ถึงระบบ
2.กลุ่ม SME ผู้ประกอบการที่ขาดหลักประกัน
3.กลุ่มตกขอบระบบธนาคาร เช่น สินเชื่อ “เปิดเทอมมีออมสิน” เพื่อซื้อชุดนักเรียน ซึ่งธนาคารพาณิชย์ไม่ทำ
ผ่ากลยุทธ์ “กู้น้อยๆ กู้บ่อยๆ” ปรับทัศนคติแก้ NPL ดันผลงานทะลุเป้า
ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ชี้ให้เห็นถึงความต่างของการบริหารหนี้เสีย (NPL) ว่า ธนาคารทั่วไปมักคิดดอกเบี้ยแพงกับกลุ่มเสี่ยงเพื่อนำเงินไปตั้งสำรอง ส่งผลให้ผู้กู้ผ่อนได้แค่ดอกเบี้ย เงินต้นไม่ลด และกลายเป็น NPL ในที่สุด แต่ธนาคารออมสินเลือก คิดดอกเบี้ยไม่แพงและให้ค่างวดผ่อนเบาลง เพื่อให้ลูกค้านำเงินไปตัดเงินต้นได้จริง ช่วยลดโอกาสเกิดหนี้เสีย และไม่ต้องตั้งสำรองสูง ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากได้ดอกเบี้ยที่เหมาะสมคนตัวเล็กมีวินัยและพร้อมจะรอดไปด้วยกัน
นายทรงพล กล่าวว่า จากแนวคิดนี้ ธนาคารออมสินจึงใช้โมเดล “กู้น้อยๆ แล้วก็กู้บ่อยๆ” ให้คืนเงินและกู้ต่อยอดตามกำลัง ซึ่งสะท้อนผ่านความสำเร็จของโครงการต่างๆ เช่น โครงการ QR มหาเฮง: มีผู้ยื่นกู้แล้วราว 4,000 ราย อนุมัติผ่านสูงถึง 70% (ติด Reject เงื่อนไขเครดิตบูโร/NPL ตามกติกา BOT ไม่ถึง 20%) และโครงการ Customer Award (รางวัลคนหมดหนี้) ลดอัตราดอกเบี้ยสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าประวัติดี
ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการ ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ขยายตัวทะลุ 100,000 ล้านบาท และยอดเงินฝากเติบโตเกิน 100,000 ล้านบาท ขณะที่ NPL อยู่ในระดับต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 3.5% – 3.7% และมีทิศทางลดลงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นายทรงพล กล่าวถึง การเติบโตบนแพลตฟอร์มดิจิทัล แอปพลิเคชัน MyMo ปัจจุบันมีผู้ใช้งานขยายตัวจาก 16 ล้านราย ขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 18 ล้านราย และคาดว่าจะทะลุเกิน 18 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ถึงแม้ว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคารมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ธนาคารออมสินไม่มีนโยบายลดสาขา และพร้อมจะเพิ่มสาขา สวนทางกับธนาคารพาณิชย์ที่เร่งยุบสาขาเพื่อลดต้นทุน
โดย เหตุผลสำคัญ คือ พฤติกรรมลูกค้าต่างจังหวัด กลุ่มผู้ใช้บริการอายุ 40 ปีขึ้นไป ยังคงวางใจและจำเป็นต้องใช้บริการหน้าเคาน์เตอร์ ซึ่งจะเป็นด่านหน้าป้องกันภัยไซเบอร์ สาขาจึงทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันสแกมเมอร์ เช่น กรณีผู้จัดการสาขาออมสินช่วยเหลือตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยับยั้งไม่ให้นักเรียน นักศึกษาโอนเงินหลอกลวงได้ทันท่วงทีกว่า 1 ล้านบาท ดังนั้นตอกย้ำจุดยืนการเป็น Social Bank (ธนาคารเพื่อสังคม) ที่พร้อมเคียงข้างประชาชนทั้งในโลกออนไลน์และพื้นที่จริง
โดย ฐานิสร์ ทองนอก




