ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ (12 ต.ค.) หลังจากเพิ่งหยุดสถิติการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นรายสัปดาห์ที่ยาวนานที่สุดในรอบ 25 ปีไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ต.ค.) โดยตลาดได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ชะลอตัวลง หลังมีกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน ประกอบกับธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้ออกมาตรการชุดใหม่เพื่อพยุงค่าเงินรูปี
ดัชนี Sensex [BSE.X] เปิดตลาดที่ระดับ 72,771.32 จุด เพิ่มขึ้น 298.99 จุด หรือ +0.41%
หุ้น 11 จาก 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักเปิดในแดนบวก ขณะที่ภาพรวมดัชนีหุ้นขนาดเล็กพุ่งขึ้น 1.1% และดัชนีหุ้นขนาดกลางปรับตัวขึ้น 0.4%
ราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ปรับตัวลง 1.5% สู่ระดับประมาณ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยูเครนและรัสเซียได้ตกลงที่จะระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกันและกัน ภายหลังมีข้อตกลงจัดหาน้ำมันดีเซลระหว่างสหรัฐฯ กับมอสโก ซึ่งช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้านอุปทานน้ำมันในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้เปิดเผยมาตรการใหม่เพื่อพยุงค่าเงินรูปี โดยกันความต้องการซื้อดอลลาร์ของกลุ่มบริษัทน้ำมันออกจากตลาดซื้อขายทันที (Spot Market) เพื่อเปลี่ยนไปจัดหาผ่านช่องทางอื่นแทน พร้อมทั้งคุมเข้มเกณฑ์การทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ในขณะที่ค่าเงินรูปีทรงตัวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ค่าเงินรูปีแข็งค่าขึ้นทันที 1% ในช่วงเปิดตลาดวันนี้
นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่ RBI เข้ามาสกัดแรงซื้อดอลลาร์ในตลาด Spot และช่วยพยุงค่าเงินรูปีนั้น จะช่วยลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจช่วยชะลอการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ และถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นอินเดีย
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช





