SNNP แจงไฟไหม้โรงงาน”โลตัส-เบนโตะ”เสียหายหลักร้อยล้านประกันครอบคลุม เร่งดึงสินค้าเวียดนาม-OEM เสริมทัพ ดัน Q4/69 พีคสุดของปี

บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง [SNNP] ชี้แจงข้อเท็จจริงเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตสินค้าทั้ง 2 แห่ง ในช่วงเดือนที่ผ่านมา พร้อมเปิดแผนบริหารจัดการวิกฤต ยันเดินหน้าเต็มกำลังย้ายเครื่องจักรฟื้นการผลิต เร่งผลิต OEM-นำเข้าสินค้าจากโรงงานเวียดนามเข้ามาเติมสต๊อกเพื่อส่งมอบสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4/69

นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานธุรกิจในประเทศ SNNP เปิดเผยว่า เหตุไฟไหม้โรงงานทั้ง 2 แห่ง ซึ่งผลิตสินค้าหลัก โดยโรงงานผลิตขนมแบรนด์ “โลตัส” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบและสรุปผลชัดเจนว่าเกิดจากอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่มาก แต่กระทบไลน์การผลิตขนมรสน่องไก่และขาไก่ ส่วนไลน์การผลิตอื่น อาทิ ขนมปัง และขนมรสหนังไก่ ไม่ได้รับผลกระทบ

ขณะที่เหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิต “เบนโตะ” ที่เพิ่งเกิดขึ้นในสัปดาห์ก่อนยังอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ โดยเครื่องจักรเสียหายราว 10% เท่านั้น  

“ความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายจริงๆ แล้ว 2-3 เดือนเราก็สามารถหารายได้ได้มากกว่าความสูญเสียของโรงงาน เครื่องจักรหรืออาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดเป็นหลักร้อยต้นๆ ซึ่งประกันครอบคลุมได้หมด แต่สิ่งสำคัญที่ผมคิดว่าต้องใช้เวลาคือการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาให้ได้ นั่นคือสิ่งสำคัญเราไม่ได้เผาเพื่อเอาประกันแน่ๆ เพราะว่ามันไม่คุ้ม“นายวิโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบต่อยอดขายและการส่งมอบสินค้าบริษัทได้วางแผนจัดการกำลังการผลิตโดยกลุ่มสินค้าแบรนด์โลตัสได้ย้ายเครื่องจักรไปติดตั้งในโรงงานแห่งที่ 2 ในพื้นที่เดียวกันทำให้ไลน์ผลิตขนมรสน่องไก่จะกลับมาผลิตได้ราว 70% ของยอดขาย และขนมรสขาไก่กลับมาผลิตได้ 40% ของยอดขาย โดยบริษัทได้แก้ปัญหาด้วยการจ้าง OEM เข้ามาช่วยผลิต ควบคู่ไปกับการใช้โรงงานของบริษัทที่เวียดนามผลิตและส่งกลับมาจำหน่ายในไทย ทั้งนี้ แบรนด์ “โลตัส” มีมูลค่ายอดขายในประเทศไทยประมาณ 70-90 ล้านบาทต่อเดือน 

ส่วนกลุ่มสินค้า “เบนโตะ” บริษัทได้รย้ายเครื่องจักรที่ไม่ได้รับความเสียหายไปติดตั้งยังคลังสินค้ากลาง ซึ่งได้เตรียมพื้นที่ไว้แล้ว คาดว่าจะสามารถกลับมาเดินเครื่องผลิตได้ในระดับ 80% ภายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ จะนำสินค้า “เบนโตะ” ที่ผลิตจากเวียดนามเข้ามาช่วยเสริมตลาดในช่วง High Season ของธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างเพียงพอ โดยกลุ่มสินค้า “เบนโตะ” มีกำลังการผลิตปกติประมาณ 200,000 กว่าลังต่อเดือน คิดเป็นมูลค่ายอดขายในประเทศไทยประมาณ 100-120 ล้านบาทต่อเดือน

นอกจากนี้ บริษัทได้เจรจากับลูกค้า เพื่อไม่ให้ถูกปรับจากการส่งสินค้าไม่ครบตามใบสั่งซื้อ (PO) ซึ่งมีโทษปรับ 10% โดยบริษัทได้เจรจาตกลงยอดที่สามารถส่งได้จริงก่อนที่ลูกค้าจะเปิด PO ทำให้ในเดือนที่ผ่านมาบริษัทไม่โดนค่าปรับ อีกทั้งยังบริหารจัดการสต๊อกสินค้า (Allocate) โดยอิงจากจำนวนวันสต๊อกของลูกค้าแต่ละราย เช่น ชะลอการส่งสินค้าในลูกค้าที่มีสต๊อกยาวถึง 30 วัน แล้วนำสินค้าไปเติมให้ในพื้นที่ที่มีสต๊อกสั้นเพียงวัน เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดชั้นวาง พร้อมกันนี้ยังการเจรจานำสินค้าใหม่และจัดโปรโมชันสินค้ากลุ่มอื่น

สำหรับแผนการฟื้นฟูโรงงาน บริษัทตั้งเป้าสร้างและปรับปรุงให้เสร็จภายใน 6-9 เดือน โดยโรงงานใหม่นี้จะนำเครื่องจักรอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาใช้ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลงอย่างมีนัยสำคัญ 

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปีนี้ยังคาดว่ายอดขายจะติดลบราว 7-8% ซึ่งเป็นไปตามคาดจากต้นปี แม้จะได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น รวมทั้งเหตุการเพลิงไหม้โรงงาน แต่บริษัทยังสร้างการเติบโตของยอดขายให้เติบโต QoQ โดยไตรมาส 4/69 จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปี โดยเร่งแผนฟื้นฟูกำลังการผลิต รวมทั้งเตรียมออกสินค้าใหม่ 2-3 รายการ ในช่วงที่เหลือของปี

โดย วรินทร ศิรินอก