แบงก์ใหญ่สหรัฐฯ เผยงบ Q3 ไร้ทิศทาง เจพีมอร์แกนกำไรต่ำกว่าคาด โกลด์แมนแซคส์โชว์รายได้แกร่ง

ผลประกอบการประจำไตรมาส 3/2569 ของธนาคารรายใหญ่ 4 แห่งของสหรัฐฯ ออกมาไร้ทิศทาง โดยเจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) เปิดเผยกำไรต่ำกว่าคาด ซึ่งนับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) เปิดเผยผลประกอบการสูงกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากรายได้ในส่วนของการซื้อขายหลักทรัพย์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจพีมอร์แกน ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เมื่อพิจารณาในแง่สินทรัพย์ รายงานกำไรต่อหุ้นที่ระดับ 5.57 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.9 ดอลลาร์ ขณะที่รายได้อยู่ที่ 5.02 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าคาดเช่นกัน เนื่องจากรายได้จากการซื้อขายตราสารหนี้ออกมาน่าผิดหวัง ประกอบกับธนาคารขาดทุนจากการลงทุนในหลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่า 658 ล้านดอลลาร์

ด้านโกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยรายได้ในไตรมาส 3 สูงสุดเป็นอันดับสองเท่าที่ธนาคารเคยทำมา โดยอยู่ที่ 1.868 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์เกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากรายได้การซื้อขายหลักทรัพย์ที่พุ่งขึ้นถึง 72%

ด้านซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) มีผลประกอบการที่สูงกว่าคาด โดยมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.85 ดอลลาร์ จากรายได้ 2.385 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นไตรมาส 3 ที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษ โดยได้แรงหนุนจากกำไรสุทธิที่พุ่งขึ้นถึง 40%

ส่วนผลประกอบการของเวลส์ ฟาร์โก (Wells Fargo) ออกมาค่อนข้างผันผวน โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์เล็กน้อย แต่ทั้งรายได้และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับออกมาต่ำกว่าคาด

เจมี ไดมอน ซีอีโอของเจพีมอร์แกน กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงได้รับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนของภาคธุรกิจที่แข็งแกร่งและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ดี เขาเตือนด้วยว่า การขาดดุลทางการคลังขนานใหญ่ของรัฐบาล ตลอดจนภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ราคาสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ

ในด้านคุณภาพสินเชื่อนั้น เจเรมี บาร์นัม ซีเอฟโอของเจพีมอร์แกน ระบุว่า ปัจจุบัน ผู้บริโภคยังคงมีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก โดยสาเหตุหลักมาจากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เขาจะเตือนว่า วัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่ยาวนานนั้นอาจส่งผลให้อัตราว่างงานปรับตัวสูงขึ้นและอาทำให้คุณภาพสินเชื่ออ่อนแอลง

ด้านแบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America) และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ในวันนี้ (14 ต.ค.)

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/รัตนา พงศ์ทวิช

ข่าวล่าสุด