IEA เตือนอุปทานดีเซลทั่วโลกตึงตัวลากยาวถึงปี 70 ชี้สงครามอิหร่านป่วนส่งออก

ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนวันนี้ (14 ต.ค.) ว่า ภาวะตึงตัวในตลาดน้ำมันดีเซลจะยืดเยื้อต่อไปจนถึงปีหน้า โดยระบุในรายงานตลาดน้ำมัน (Oil Market Report) ประจำเดือนต.ค. ว่า ปัญหาอุปทานขาดแคลนจะยังคงอยู่ลากยาวไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2570

IEA ระบุว่า ภาวะอุปทานตึงตัวนอกฤดูกาลในตลาดน้ำมันกลุ่มดีเซลช่วงไตรมาส 3 ประกอบกับปริมาณน้ำมันสำรองที่ลดลงเร็วกว่าปกติอย่างมากในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ตลาดน้ำมันดีเซลทั่วโลกขาดแคลนสต๊อกน้ำมันสำรองที่จะมารองรับความต้องการใช้ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูกาลที่มีการใช้งานสูงสุด

รายงานของ IEA เผยว่า ยอดการส่งออกน้ำมันดีเซลทั่วโลกในเดือนที่ผ่านมาลดลง 700,000 บาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณส่งออกที่หายไปจากรัสเซียและตะวันออกกลางถึง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ได้รับการชดเชยจากแหล่งผลิตอื่นเพียงบางส่วนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน แม้ว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะกดดันให้อุปสงค์น้ำมันในภาพรวมชะลอตัวลง แต่ IEA ชี้ว่า ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลยังคงทรงตัวแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่มีความอ่อนไหวต่อราคาค่อนข้างต่ำ ผู้บริโภคจึงยังจำเป็นต้องใช้แม้ราคาจะแพงขึ้น อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐในหลายประเทศที่ช่วยพยุงราคาเพื่อบรรเทาภาระของผู้บริโภค

นอกจากนี้ IEA ยังระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดค้าส่งสิงคโปร์พุ่งทะลุ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลไปแล้วในช่วงกลางเดือนก.ย. และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 220 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตามไปด้วย

ทั้งนี้ IEA เตือนว่า ปัญหาค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันที่ตึงตัวขึ้น อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลปลายทางในกลุ่มประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่อย่างยุโรป แอฟริกา และลาตินอเมริกา ปรับตัวสูงขึ้นอีกในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมเตือนเพิ่มเติมว่า หากมีการเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ในแถบอ่าวเปอร์เซีย ก็จะทำให้การฟื้นตัวของตลาดน้ำมันมีความเปราะบาง

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข