ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ (14 ต.ค.) หลังผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ ASML ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 637.75 จุด เพิ่มขึ้น 2.74 จุด หรือ +0.43%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,873.11 จุด เพิ่มขึ้น 45.48 จุด หรือ +0.58%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,298.61 จุด เพิ่มขึ้น 38.71 จุด หรือ +0.15%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,724.86 จุด เพิ่มขึ้น 74.53 จุด หรือ +0.70%
ดัชนีหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด เพิ่มขึ้น 2.3% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.
หุ้น ASML ปรับขึ้น 1.2% หลังบริษัทเปิดเผยว่า ลูกค้าเริ่มวางแผนสั่งซื้อเครื่องมือผลิตชิปขั้นสูงสำหรับปี 2572 และ 2573 แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการในตลาดยังคงแข็งแกร่ง
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ผลประกอบการของ ASML ช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเทคโนโลยี โดยชี้ว่าผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ความต้องการชิปยังแข็งแกร่ง และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมีแนวโน้มดำเนินต่อไปจนถึงปี 2570
หลังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูงมาหลายสัปดาห์ นักลงทุนยุโรปจึงฝากความหวังไว้กับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนว่าจะช่วยฟื้นความคึกคักให้ตลาดหุ้น
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาแตกต่างกันอย่างมาก โดยเมื่อต้นสัปดาห์ LVMH บริษัทสินค้าหรูรายใหญ่ รายงานยอดขายไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด หลังความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีนทรุดตัวลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าแบรนด์หลักของบริษัท
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ มีแนวโน้มแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานสูงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแออาจเผชิญความยากลำบาก
ราคาน้ำมันผันผวนสลับขึ้นลง แต่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ยังซื้อขายเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนยังคงกังวล ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยิ่งเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. แต่ประเมินว่ามีโอกาส 81% ที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในวันพุธ โดยหุ้น Fresnillo ร่วงลง 4.6% หลัง JPMorgan ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้นดังกล่าว
หุ้น Orsted ร่วงลง 3.9% หลังสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะทบทวนใบอนุญาตโครงการฟาร์มกังหันลมของบริษัทใกล้รัฐโรดไอแลนด์
หุ้น Softcat บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศของอังกฤษ ดิ่งลงราว 11% หลังเตือนแนวโน้มการเติบโตในปีงบการเงิน 2570 จะชะลอตัวลง
หุ้น SEB ของสวีเดนร่วงลง 5% หลังหน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของประเทศเพิ่มข้อกำหนดเงินกองทุนของธนาคารเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพบข้อบกพร่องในแบบจำลองความเสี่ยงภายในของธนาคาร
ด้านหุ้น GSK ปรับตัวขึ้น 4.6% หลังบริษัทเปิดเผยแผนลดพนักงานในเบลเยียมสูงสุด 1,217 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ นักลงทุนยังประเมินข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ประจำเดือนก.ย. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดกลับมาคาดการณ์มากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือนนี้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





