
บริษัท เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิงจากสหรัฐฯ เตรียมเลิกจ้างพนักงานราว 1,000 คน หรือคิดเป็น 6% ของกำลังคนทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในทีมผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากรบุคคล ถือเป็นการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรและรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งดั้งเดิมและยูทูบ (YouTube) หลังการเติบโตของบริษัทเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
เกร็ก ปีเตอร์ส และ เท็ด ซารันดอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) ของเน็ตฟลิกซ์ ระบุผ่านอีเมลที่ส่งถึงพนักงานเมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) ว่า “ภารกิจของเราในการมอบความบันเทิงแก่คนทั่วโลกถือเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ และการจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้นั้น เราจำเป็นต้องมีวินัยในการจัดลำดับความสำคัญเกี่ยวกับบุคลากรและทรัพยากรของเรา”
“ธุรกิจของเรายังคงแข็งแกร่งและเติบโตขึ้น และเรายังคงดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่จะบรรลุผลคาดการณ์ตลอดทั้งปี”
ทั้งนี้ ราคาหุ้นของเน็ตฟลิกซ์ปรับตัวลงราว 25% แล้วนับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยบริษัทมีพนักงานอยู่ประมาณ 16,000 คน ณ สิ้นปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน ในปีนี้ Netflix เผชิญข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโต หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมสื่อของสหรัฐฯ และเพิ่มแรงกดดันต่อธุรกิจเคเบิลทีวี
การปลดพนักงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากซารันดอสกล่าวต่อผู้เข้าร่วมงานประชุม Bloomberg Screentime ว่า บริษัท “ไม่ได้เติบโตเร็วอย่างที่ผมต้องการ”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์ขยายรูปแบบคอนเทนต์ให้หลากหลายขึ้น ทั้งการถ่ายทอดสดกีฬา สารคดี และวิดีโอเกม เพื่อแข่งขันแย่งชิงเวลาความสนใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม บริษัทขาดผลงานยอดนิยมที่สร้างกระแสพูดถึงในวงกว้าง เช่น Stranger Things และ Squid Game ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วยเพิ่มจำนวนสมาชิกและยอดผู้ชมได้อย่างมาก
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





