
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 33.56/57 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.57 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาสูงเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในหลายรายการ รวมถึงตัวเลขแบบเทียบรายปี (YoY) ส่งผลให้ช่วงแรกตลาดมีการตอบสนองที่แรงเกินไป (Overreact) จนดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าไปแตะระดับสูงสุดเมื่อคืนที่ 33.72 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะย้อนกลับมาเคลื่อนไหว ณ เลเวลเดิมที่ระดับ 33.57 บาท/ดอลลาร์
จากผลของตัวเลข CPI สหรัฐฯ ที่ออกมาเกินคาด ได้ส่งผลกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาทองคำเมื่อคืนนี้ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรง เนื่องจากในเบื้องต้นตลาดประเมินว่า เป็นการเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบปลายเดือนต.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในรายละเอียดเชิงลึกแล้ว คาดว่าคณะกรรมการเฟดน่าจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนนี้ เนื่องจากมองว่าอาจเป็นการปรับขึ้นที่เร็วเกินไป
ขณะที่สกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคช่วงเช้าวันนี้ เคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวหรือไซด์เวย์ (Sideway) โดยยังไม่ได้ขยับไปไหนมากนัก ขณะที่ค่าเงินบาทนั้นถือว่าแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ตลาดรอติดตามวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
“หากตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในคืนนี้ออกมาในทิศทางที่เป็นบวก หรือเอื้อต่อดอลลาร์อย่างมาก มีโอกาสที่จะหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นไปได้อีก และจะเป็นข้อมูลสนับสนุนโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนต.ค. ในทางกลับกัน หากตัวเลขไม่ได้ออกมาเป็นบวกมากนัก คาดว่าค่าเงินดอลลาร์น่าจะทรงตัวในระดับนี้หรือย่อตัวลงเล็กน้อย แต่โดยภาพรวมทิศทางยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นมากกว่าหากข้อมูลออกมาเป็นบวก” นักบริหารเงิน ระบุ
นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.45-33.65 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.60/61 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 158.45 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1211/1212 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1190 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.553 บาท/ดอลลาร์
– นายกฯประกาศความพร้อมไทยกลางเวทีโลก ชูวิสัยทัศน์ “Future-Ready Thailand” พลิกโฉมเศรษฐกิจจากการเติบโตแบบดั้งเดิมสู่การเติบโตอย่างชาญฉลาด ปักธงยกระดับไทยสู่ผู้นำ “อาหารแห่งอนาคต” เร่งเครื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ย้ำชัดนักลงทุนต่างชาติไทย ต้องการพันธมิตรระยะยาว เน้นถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากกว่าแค่เม็ดเงินลงทุน
– “เอกนิติ” หารือสิงคโปร์ สานต่อความร่วมมือเศรษฐกิจและการเงิน เชื่อมโยงวาระประธานอาเซียนปี 70–71 ด้าน “อนุทิน” กาง 9 แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เดินหน้า Reinvent Thailand และเข้าเป็นสมาชิก OECD ยกระดับขีดการแข่งขัน
– คลัง-ธปท.ผนึก IMF-World Bank เปิดตัว Bangkok Blueprint ปลุกทั่วโลกรับมือภัยการเงินไร้พรมแดน อุดช่องโหว่ภัยการเงินดิจิทัล สร้างความเสียหายทั่วโลกสูง 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ด้านผู้ว่าธปท. ดัน SIDF ยกระดับความปลอดภัยการเงินดิจิทัล ลดภัยไซเบอร์
– “โออีซีดี” มองไทยมาไกลเป็นเจ้าภาพประชุมไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์รอบ 35 ปี เตือนเศรษฐกิจมีทั้งความสำเร็จและท้าทาย เน้นสร้างผลิตภาพขับเคลื่อนการเติบโต “อนุทิน” ยืนยันเน้นเป้าหมายคุณภาพ
– กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าใกล้ขีดจำกัดรับแรงกระแทก หลังเผชิญความเสี่ยงซ้ำซ้อน คาดปี 69 โตเหลือ 3.1% จาก 3.4% ปีก่อน เร่งรัฐบาลทั่วโลกฟื้นวินัยการคลัง พร้อมจับตาความเสี่ยงลงทุน AI หวั่นผลตอบแทนต่ำกว่าคาดจุดชนวนตลาดสินทรัพย์ปรับฐานรุนแรง
– ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก ส่งสัญญาณเมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
– กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6% จากระดับ 3.4% ในเดือนส.ค.
– นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาด
– ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 53.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 22.1% เมื่อวันพุธ
– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (14 ต.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาด ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเดือนนี้
– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 1% ในวันพุธ (14 ต.ค.) และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันวันที่สาม เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเดือนนี้
– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐวันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนต.ค.จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนีภาคการผลิตเดือนต.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดค้าปลีกเดือนก.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนส.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)
– นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในเวทีการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ในวันศุกร์นี้ (16 ต.ค.) โดยวอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการของ IMF ในรายการที่ใช้ชื่อว่า “Managing Director’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh” โดยใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างกอร์เกียวาและวอร์ช ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





