
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะชะลอตัวลงในปีนี้และปีหน้า พร้อมเตือนว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและการชะลอตัวของกระแสความนิยมปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจกลายเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของภูมิภาคนี้
รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาค (Regional Economic Outlook) ประจำเดือนต.ค.ของ IMF ระบุว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มขยายตัวที่ระดับ 4.8% ในปี 2569 ชะลอตัวลงจากระดับ 5% ในปี 2568 แต่ยังสูงกว่าที่ IMF คาดการณ์ไว้ในเดือนเม.ย.ที่ระดับ 4.4%
ส่วนในปี 2570 นั้น IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะชะลอตัวลงอีกสู่ระดับ 4.4%
นอกจากนี้ IMF คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียแปซิฟิกจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 5.1% ในปี 2569 จากระดับ 5.6% ในปี 2568 ก่อนที่จะชะลอตัวลงอีกสู่ระดับ 4.9% ในปี 2570 ขณะเดียวกัน คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มพัฒนาแล้วในภูมิภาคแห่งนี้จะขยายตัว 3.2% ในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.5% ในปี 2568 ก่อนจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 2% ในปี 2570
IMF ระบุในรายงานว่า การปรับตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความแข็งแกร่งของอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซนเตอร์ และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนั้น ช่วยเป็นกันชนปกป้องบางประเทศของเอเชียจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น แต่ประโยชน์ที่ได้รับนั้นยังไม่เท่าเทียมกัน โดยกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลกเท่านั้น
IMF ระบุว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงมีความเสี่ยงขาลง และการปรับฐานของการลงทุนหรือมูลค่าสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจส่งผลกระทบในสัดส่วนที่สูงมากต่อเอเชีย เนื่องจากภูมิภาคนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก
นอกจากนี้ กระแสความนิยมในเทคโนโลยี AI ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นเอเชียพุ่งขึ้น โดยมูลค่าของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐอเมริกาในปีนี้ ซึ่ง IMF เตือนว่า มูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป ตลอดจนการกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุน และการกระจุกตัวของตลาด อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความผันผวนรุนแรงได้
ส่วนความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ระบุไว้ในรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร การประมง และการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อในหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวสูงขึ้นด้วย
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





