
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เงินหยวนของจีนมีมูลค่าต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมในรูปที่แท้จริง (in real terms) อยู่ที่ 21.3% ท่ามกลางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซา พร้อมเตือนว่ามาตรการฟื้นฟูอุปสงค์ของรัฐบาลจีนยังห่างไกลจากระดับที่จำเป็น
กฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ให้สัมภาษณ์ ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมประจำปีของ IMF ว่า เงินหยวนที่อ่อนค่าลงสะท้อน “อาการ” ของความไม่สมดุลภายในเศรษฐกิจจีนที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งแก้ไข โดยการประเมินล่าสุดของ IMF ในปี 2569 ระบุว่า เงินหยวนมีมูลค่าต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมในรูปที่แท้จริงในช่วง 17.3%-25.3% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 21.3%
แม้รัฐบาลจีนจะออกมาตรการกระตุ้นอุปสงค์ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดเล็กที่ประกาศเมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ศรีนิวาสันมองว่ายังไม่เพียงพอ และจีนจำเป็นต้องดำเนินมาตรการที่จริงจังและครอบคลุมกว่านี้เพื่อแก้ไขความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ
ศรีนิวาสันระบุว่า อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงที่มีประสิทธิผล (REER) ของเงินหยวนอ่อนค่าลงจากอัตราเงินเฟ้อของจีนที่อยู่ในระดับต่ำมาก ส่งผลให้สินค้าจีนมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จีนเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ประเด็นค่าเงินหยวนและการส่งออกที่แข็งแกร่งของจีนกลายเป็นที่จับตาในเวทีเศรษฐกิจโลก โดยข้อมูลการค้าล่าสุดที่จีนเปิดเผยเมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) บ่งชี้ว่า จีนมีแนวโน้มทำสถิติเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ หลังจากเกินดุล 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568
ทั้งนี้ ประเด็นค่าเงินได้จุดกระแสกดดันจากชาติตะวันตกให้จีนยอมปล่อยเงินหยวนแข็งค่า ขณะที่ธนาคารกลางจีนได้ออกโรงชี้แจงว่า คำแนะนำของ IMF คือการปรับสมดุลเศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ไม่ใช่การจงใจผลักดันให้เงินหยวนแข็งค่า
อย่างไรก็ดี ศรีนิวาสันเตือนว่า การปล่อยให้ความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจสะสมมาเป็นเวลานานยิ่งซ้ำเติมให้อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงของเงินหยวนอ่อนค่าลง และทำให้การแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ล่าช้า รวมถึงการจัดการความเสี่ยงด้านหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





