คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลนอร์เวย์เสนอแนะในวันนี้ (15 ต.ค.) ว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์สูงถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ควรได้รับอนุญาตให้เข้าลงทุนในกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศรายใหญ่ของชาติตะวันตก จากเดิมที่บริษัทเหล่านี้ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์
ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกเครื่องกฎเกณฑ์ด้านจริยธรรมครั้งใหญ่ของกองทุนความมั่งคั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหากรัฐบาลและรัฐสภานอร์เวย์ให้ความเห็นชอบ จะเป็นการเปิดทางให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่บริษัทด้านกลาโหมคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์
ปัจจุบัน กฎระเบียบด้านจริยธรรมของกองทุนฯ สั่งห้ามการเข้าถือหุ้นในบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง อาทิ แอร์บัส (Airbus), โบอิ้ง (Boeing), บีเออี ซิสเต็มส์ (BAE Systems) และล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) โดยให้เหตุผลว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนการผลิตอาวุธนิวเคลียร์
อย่างไรก็ดี ร่างกฎเกณฑ์ใหม่นี้จะกำหนดข้อยกเว้นให้กับบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่หรือจดทะเบียนในประเทศผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ตามสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) และประเทศนั้นเป็นชาติพันธมิตรของนอร์เวย์ในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งคณะกรรมการระบุว่า “จะส่งผลให้บริษัทในยุโรปและสหรัฐฯ หลายแห่งที่มีการผลิตชิ้นส่วนสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ สามารถได้รับการปลดล็อกให้กลับเข้ามาอยู่ในพอร์ตการลงทุนได้อีกครั้ง”
การทบทวนกฎเกณฑ์ในครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนอร์เวย์ และอดีตเลขาธิการองค์การนาโต ได้มอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินการ โดยระบุถึงสถานการณ์ความมั่นคงระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการที่นอร์เวย์ยังคงต้องอยู่ภายใต้ร่มนิวเคลียร์ของพันธมิตรนาโต
ทั้งนี้ ข้อเสนอของคณะกรรมการชุดนี้จะถูกนำไปใช้เป็นกรอบหลักให้รัฐบาลนอร์เวย์จัดทำข้อเสนอของตนเอง ซึ่งจะบรรจุอยู่ในสมุดปกขาว (White Paper) ประจำปีว่าด้วยกองทุนความมั่งคั่ง โดยคาดว่าจะมีการนำเสนออย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2570
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเผชิญกับกระแสคัดค้านจากภาคประชาสังคม โดยสภากาชาดนอร์เวย์มองว่า การแก้ไขเกณฑ์ดังกล่าวเท่ากับเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับการลงทุนในอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พร้อมระบุในความเห็นที่ยื่นต่อคณะกรรมการว่า แนวทางการจัดสรรเม็ดเงินลงทุนมหาศาลของนอร์เวย์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดบรรทัดฐานและมาตรฐานในระดับสากล
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท





