
บริษัท MSCI ผู้จัดทำดัชนีหลักทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ประกาศเตรียมถอดตลาดหุ้นอินโดนีเซียออกจากกลุ่มดัชนีระดับโลก หลังประเมินว่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียไม่ผ่านเกณฑ์การคงสถานะ “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) อีกต่อไป ซึ่งนับเป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่ที่เสี่ยงจะจุดชนวนให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลออกมหาศาล
MSCI ระบุในวันนี้ (16 ต.ค.) ว่า แผนการปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใสด้านโครงสร้างการถือหุ้นและพฤติกรรมการซื้อขายยังไม่มีความคืบหน้าเพียงพอ ซ้ำยังมองว่าปัญหาดังกล่าวมีความรุนแรงเกินกว่าจะเพียงแค่ปรับลดชั้นลงสู่กลุ่ม “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market)
ด้วยเหตุนี้ MSCI จึงเตรียมนำตลาดหุ้นอินโดนีเซียเข้าสู่กระบวนการปรับลดสถานะลงสู่ระดับ “ตลาด Standalone” ซึ่งจะส่งผลให้หุ้นอินโดนีเซียถูกคัดออกจากดัชนีระดับโลกทั้งหมด และบีบให้ทั้งกองทุนเชิงรับที่ลงทุนอิงตามดัชนี (Passive Funds) รวมถึงกองทุนที่ใช้ดัชนีนี้เป็นเกณฑ์มาตรฐานวัดผลงาน (Benchmark) จำเป็นต้องเทขายหุ้นอินโดนีเซียออกมา
“กลไกตลาดของอินโดนีเซียยังคงมีความผิดปกติในระดับที่น่าวิตกอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ MSCI จึงเห็นว่า การคงสถานะของอินโดนีเซียในฐานะตลาดเกิดใหม่ต่อไปนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป” แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของ MSCI ระบุ
ด้านตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) ออกมาชี้แจงในวันนี้ว่า ทางการได้ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในตลาดทุนของประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ MSCI จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนร่วมในตลาดเกี่ยวกับการปรับลดสถานะสู่ตลาด Standalone ไปจนถึงเดือนเม.ย. 2570 ก่อนจะเริ่มกระบวนการจัดชั้นสถานะใหม่อย่างเป็นทางการ เว้นแต่จะมีหลักฐานชัดเจนว่า ตลาดหุ้นอินโดนีเซียสามารถยกระดับธรรมาภิบาลและการทำงานของระบบตลาดได้
อนึ่ง ตลาดหุ้นอินโดนีเซียนับเป็นตลาดที่ทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในโลกในปีนี้ โดยเผชิญแรงกดดันมาตั้งแต่เดือนม.ค. หลัง MSCI สั่งระงับการนำหุ้นเข้าร่วมคำนวณในดัชนีพร้อมเตือนเรื่องการลดชั้นสู่ตลาดชายขอบ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นจาการ์ตาดิ่งลงไปแล้วกว่า 30% ในปีนี้ ขณะที่ยอดขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีพุ่งแตะระดับ 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





