IMF&World Bank: “เควิน วอร์ช” ไม่ส่งสัญญาณดอกเบี้ยเฟด มอง AI และกระแสลงทุนช่วยหนุนเศรษฐกิจโลก

เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับนโยบายการเงินและเศรษฐกิจ ร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในช่วงเช้าวันนี้

ระหว่างการเสวนาดังกล่าว ประธานเฟดได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายของเฟดว่า เฟดพร้อมจะดูแลเสถียรภาพด้านราคา แต่ปฏิเสธที่จะส่งสัญญาณหรือคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้าสำหรับการประชุมที่เหลือตลอดปี 2569 พร้อมชี้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจด้านผลผลิต การจ้างงาน และเงินเฟ้อ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจนั้น สภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงสอดคล้องกับที่เฟดคาดการณ์ไว้ โดยเควิน วอร์ช มองว่ากระแสการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากนโยบายที่เข้มแข็งนั้นเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในเวลานี้

นอกจากนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปถึงความท้าทายในอดีต เขายอมรับว่าตนเอง “อาจจะยังระแวงกับบาดแผลจากวิกฤตการเงินโลกมากเกินไป” ซึ่งยิ่งสะท้อนว่าผู้กำหนดนโยบายต้องประเมินความเสี่ยงเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นอยู่เสมอเพื่อปกป้องเสถียรภาพทางการเงิน

ขณะเดียวกัน เขายังเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจยุคใหม่ว่า แม้นโยบายของเฟดจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่นโยบายของต่างประเทศก็ส่งผลสืบเนื่องมายังเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่นกัน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการพูดคุยครั้งนี้อยู่ที่เรื่องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสหรัฐฯ เรียกว่า Super Intelligence หรือ SI โดยประธานเฟดมองว่า AI จะส่งผลกระทบต่อฝั่งอุปสงค์ของเศรษฐกิจก่อน แล้วจึงส่งผลต่อฝั่งอุปทาน ซึ่งท้ายที่สุดจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงภาคเศรษฐกิจจริง พร้อมช่วยเพิ่มความแม่นยำด้านข้อมูลและการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

แม้ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอน แต่วอร์ชระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเร่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านภาคเอกชน โดยที่เฟดไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเพื่อเลือกผู้ชนะหรือผู้แพ้ในตลาด และเพื่อศึกษาพลวัตเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง เฟดก็ได้จัดตั้งทีมทำงานเฉพาะกิจเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับ FOMC ด้วย

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นท่าทีระมัดระวัง โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า การที่ประธานเฟดไม่ผูกมัดทิศทางดอกเบี้ยสำหรับการประชุมเดือนต.ค.และธ.ค. ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐมีความอ่อนไหวสูงต่อตัวเลขเศรษฐกิจที่จะทยอยประกาศหลังจากนี้

โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/ปนัยดา ปัทมโกวิท