TRT ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เร่งสปีดส่งออก-เน้นงาน High Margin ปลดล็อก New S-Curve บุกตลาดหม้อแปลงสหรัฐ-Data Center

บมจ.ถิรไทย [TRT] เดินหน้าสู่การเติบโตรอบใหม่ วางยุทธศาสตร์เพิ่มสัดส่วนตลาดต่างประเทศ ควบคู่การบริหาร Portfolio งานให้มีคุณภาพมากขึ้น หลังความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง เปิดโอกาสให้บริษัทขยับเลือกตลาดที่เหมาะสมกับศักยภาพการผลิตและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น พร้อมตั้งเป้าผลักดันธุรกิจสู่การเติบโตแบบ Profitable Growth มากกว่าการมุ่งเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ TRT เปิดเผยว่า ทิศทางของธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีโอกาสบริหารกำลังการผลิตและคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมมากขึ้น ทั้งในแง่ของมูลค่างาน ระยะเวลาการส่งมอบ ความต่อเนื่องของลูกค้า และผลตอบแทนจากแต่ละโครงการ

“วันนี้ TRT ไม่ได้มองเพียงว่าจะรับงานเข้ามาให้มากที่สุด แต่เรามองถึงคุณภาพของงานและคุณภาพของรายได้ด้วย เมื่อ Demand ในตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังการผลิตมีจำกัด เราจึงสามารถบริหาร Portfolio ให้เหมาะสมมากขึ้น เลือกงานที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของเรา เลือกลูกค้าที่มีโอกาสเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว และเลือกงานที่สร้าง Margin ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากการเติบโตด้วยปริมาณไปสู่การเติบโตที่มีคุณภาพมากขึ้น”

TRT วางยุทธศาสตร์การเติบโตจากตลาดต่างประเทศเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญ โดยมุ่งสร้างยอดขายระยะยาวในตลาดสหรัฐอเมริกา ออสเตรีย และสิงคโปร์ พร้อมขยายโอกาสเข้าสู่กลุ่มลูกค้า Data Center ขนาดใหญ่ รวมถึงวางรากฐานสำหรับเทคโนโลยีหม้อแปลงแห่งอนาคต ขณะเดียวกันยังเดินหน้าบริหารความเสี่ยงของ Supply Chain และวัตถุดิบสำคัญ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการขยายตลาดต่างประเทศ คือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วยเพิ่มความชัดเจนของคำสั่งซื้อและการวางแผนกำลังการผลิตในระยะข้างหน้า ขณะที่บริษัทวางแนวทางสร้างสมดุลระหว่างตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว

นายสัมพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ทั้งการลงทุนระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า การเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการเติบโตของ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ล้วนทำให้ความต้องการอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าและหม้อแปลงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตที่มีทั้งเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และประสบการณ์ด้าน Engineering-to-Order

TRT มีประสบการณ์ในธุรกิจหม้อแปลงมากกว่า 39 ปี และมีศักยภาพในการผลิต Power Transformer ขนาดใหญ่ระดับ 333.33 MVA 525 kV ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งด้านวิศวกรรมของบริษัท และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการด้านหม้อแปลงชั้นนำในเอเชียและตลาดต่างประเทศ

ด้าน นายกานต์ วงษ์ปาน เลขานุการบริษัท และผู้จัดการฝ่ายการเงินบัญชีและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า กลยุทธ์บริหาร Product Mix และการเลือกรับงานที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม เริ่มสะท้อนอย่างชัดเจนในผลประกอบการของบริษัท ในช่วงครึ่งแรกปี 69 รายได้รวม 1,443.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,209.39 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 289.67 ล้านบาท จาก 80.02 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 40.48% จาก 24.32% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ส่วนอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 20.07% จาก 6.62% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

“สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงว่ามีงานเข้ามามากแค่ไหน แต่ต้องดูว่างานแต่ละประเภทใช้ Capacity ของเราอย่างไร มี Margin ในระดับใด และสร้างความต่อเนื่องให้กับธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด เพราะกำลังการผลิตถือเป็นทรัพยากรสำคัญ ดังนั้นเราต้องจัดสรรให้กับงานที่สร้างมูลค่าได้ดีที่สุด”

สำหรับธุรกิจหม้อแปลง ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีรายได้ประมาณ 1,314 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,118 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหม้อแปลงเพิ่มขึ้นจากประมาณ 21.50% ในครึ่งแรกปี 2568 มาอยู่ที่ประมาณ 38.40% ในครึ่งแรกปี 2569 สะท้อนการปรับโครงสร้างงานและ Product Mix ที่ดีขึ้น

ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 กว่า 3.3 พันล้าน ส่งออกขึ้นแท่น Growth Engine

สำหรับปี 2569 บริษัทประมาณการรายได้รวมไว้ที่ประมาณ 3,359 ล้านบาท โดยรายได้จากธุรกิจหม้อแปลงคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,050 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากลูกค้าภาครัฐและในประเทศประมาณ 2,000 ล้านบาท รายได้จากตลาดส่งออกประมาณ 900 ล้านบาท และรายได้จากงานบริการหม้อแปลงประมาณ 150 ล้านบาท

นายกานต์กล่าวว่า สัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างรายได้ของ TRT ในอนาคต เนื่องจากบริษัทสามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน คุณภาพ และความสามารถในการส่งมอบ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ TRT ยังวางแนวทางสร้างสมดุลของฐานลูกค้าในระยะยาว โดยในเชิงนโยบายบริษัทให้ความสำคัญกับการกระจายสัดส่วนระหว่างลูกค้ากลุ่ม Utilities ภาคเอกชน และตลาดส่งออก เพื่อไม่ให้พึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนการเติบโตคือปริมาณงานในมือ หรือ Backlog ที่อยู่ในระดับสูง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 TRT Group มี Backlog รวมประมาณ 3,295 ล้านบาท เป็น Backlog ธุรกิจหม้อแปลงประมาณ 3,129 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงานส่งออกถึง 2,012 ล้านบาท สูงกว่างานภาครัฐและตลาดในประเทศที่มีประมาณ 1,055 ล้านบาท

ล่าสุด ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 Backlog เฉพาะธุรกิจหม้อแปลงเพิ่มขึ้นเป็น 3,433.5 ล้านบาท จาก 2,921 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม และ 3,067 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน โดยในโครงสร้าง Backlog ดังกล่าว งานส่งออกมีมูลค่าประมาณ 2,287.7 ล้านบาท หรือประมาณ 66.6% ของ Backlog ธุรกิจหม้อแปลงทั้งหมด ขณะที่งานภาคเอกชนในประเทศอยู่ที่ประมาณ 824.1 ล้านบาท และงานกลุ่มภาครัฐ ได้แก่ EGAT, PEA และ MEA รวมประมาณ 321.7 ล้านบาท

“ตัวเลข Backlog ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าเราจะมุ่งรับงานทุกประเภทให้มากที่สุด แต่เป็นฐานที่ทำให้เราสามารถเลือกและจัดลำดับงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเรามี Visibility ของคำสั่งซื้อในอนาคตมากขึ้น เราก็สามารถวางแผน Capacity วัตถุดิบ และการส่งมอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายกานต์กล่าว

ขณะเดียวกัน ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 บริษัทมีงานที่อยู่ระหว่างกระบวนการเสนอราคาและเจรจารวมประมาณ 18,916 ล้านบาท แบ่งเป็นงานในกลุ่ม Transformer ประมาณ 17,900 ล้านบาท และงาน Non-Transformer ประมาณ 1,016 ล้านบาท โดยในส่วนของงานหม้อแปลงประกอบด้วยงาน MEA ประมาณ 7,400 ล้านบาท PEA ประมาณ 3,550 ล้านบาท EGAT ประมาณ 750 ล้านบาท งานลูกค้าในประเทศประมาณ 2,550 ล้านบาท และงานส่งออกประมาณ 3,650 ล้านบาท โดยบริษัทระบุอัตราความสำเร็จของงานที่อยู่ระหว่างเสนอราคาที่ประมาณ 20–25%

จากหม้อแปลงสู่เทคโนโลยี Smart Grid คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ

นอกเหนือจากการขยายตลาดต่างประเทศและการบริหารงานที่มุ่งเน้นคุณภาพของรายได้ TRT ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทได้รับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569 ด้านเศรษฐกิจ ประเภทวิสาหกิจขนาดใหญ่และวิสาหกิจขนาดกลาง จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งรางวัลดังกล่าว คือผลงาน “อุปกรณ์ตรวจวัดกระแสและแรงดันไฟฟ้า สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย” หรือ Current and Voltage Sensor: CVs

นวัตกรรม CVs เป็น Smart Sensor แบบ 2-in-1 ที่รวมฟังก์ชันตรวจวัดทั้งกระแสและแรงดันไฟฟ้าไว้ในอุปกรณ์เดียว ช่วยให้การติดตั้งสะดวกและปลอดภัย ลดพื้นที่ในการติดตั้งบนหม้อแปลงไฟฟ้า และช่วยลดต้นทุนในการบำรุงรักษา ตอบโจทย์การพัฒนาหม้อแปลงไฟฟ้าสู่ Smart Transformer และระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Grid

นายสัมพันธ์กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า TRT ไม่ได้มุ่งเติบโตจากกำลังการผลิตและยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการยกระดับองค์กรจากผู้ผลิตหม้อแปลงไปสู่บริษัทที่มีความสามารถด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

“การเติบโตในรอบต่อไปของ TRT จะเป็นการเติบโตบน 3 แกนสำคัญ คือ ตลาดต่างประเทศ งานที่มีคุณภาพและ Margin ที่เหมาะสม และนวัตกรรม เราต้องการพิสูจน์ว่าผู้ผลิตไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ไม่ใช่เพียงจากต้นทุน แต่ด้วยมาตรฐาน คุณภาพ เทคโนโลยี และความสามารถทางวิศวกรรมของคนไทย” นายสัมพันธ์กล่าว

ข่าวล่าสุด