IMF&World Bank: ลาการ์ดเรียกร้องรัฐบาลทั่วโลกลดหนี้ รักษาวินัยการคลังรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจ

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอาจบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ รักษาวินัยการคลัง ลดหนี้ที่สูงเกินไป และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ

ลาการ์ดกล่าวในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่กรุงเทพฯ ว่า ความยั่งยืนทางการคลังเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลควรปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางการคลังและฟื้นฟูเงินสำรองเพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในอนาคต

เธอยังเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานให้มีระยะเวลาจำกัดและมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด เพื่อไม่ให้มาตรการดังกล่าวสร้างภาระทางการคลังเพิ่มเติมในระยะยาว

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการหารือของรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากทั่วโลกเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ลาการ์ดยังเน้นย้ำว่า การฟื้นฟูกรอบเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ยึดหลักการเปิดกว้าง มีความแน่นอนคาดการณ์ได้ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับ จะช่วยสนับสนุนการค้าและการลงทุนทั่วโลก ขณะที่ออลลี เรห์น สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ECB ระบุในทิศทางเดียวกันว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มแยกตัวออกจากกัน

ECB จับตาเงินเฟ้อขาขึ้น แม้เศรษฐกิจเสี่ยงชะลอตัว

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน ลาการ์ดระบุว่า ECB ประเมินว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงโน้มไปในทิศทางขาขึ้น โดยเธอมองว่าผลกระทบจากวิกฤตพลังงานมีนัยสำคัญมากเกินกว่าจะมองข้าม แม้การดำเนินนโยบายการเงินอย่างรอบคอบยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสม

ในปีนี้ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว 2 ครั้ง ในเดือนมิ.ย. และเดือนก.ย. เพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี เนื่องจากกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย

ด้านโยอาคิม นาเกล สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ECB มองว่า อาจจำเป็นต้องคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม แต่ยังสนับสนุนแนวทางการตัดสินใจในการประชุมแต่ละครั้ง โดยพิจารณาจากข้อมูลและสถานการณ์ในขณะนั้น ส่วนเรห์นย้ำว่า นโยบายการเงินจะยังคงให้ความสำคัญกับเสถียรภาพด้านราคา เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ธนาคารกลางกว่า 30 แห่งสนใจวงเงินซื้อคืนหลักทรัพย์ของยูโรซิสเต็ม

ลาการ์ดเปิดเผยด้วยว่า ธนาคารกลางมากกว่า 30 แห่งแสดงความสนใจในโครงการวงเงินธุรกรรมซื้อคืนหลักทรัพย์ (repurchase agreement) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ของระบบธนาคารกลางยูโร (Eurosystem) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการส่งผ่านนโยบายการเงินและเสริมสร้างบทบาทของเงินยูโรในระดับนานาชาติ

การตัดสินใจด้านนโยบายของ ECB ในระยะต่อไปจึงเป็นประเด็นที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายต้องรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด