
โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านเตรียมแผนปฏิบัติการตอบโต้ระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม หากถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง ขณะที่มีรายงานเหตุเรือบรรทุกน้ำมันพยายาชนทุ่นระเบิดบริเวณตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือลำดังกล่าวพยายามแล่นออกจากช่องแคบผ่านเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต
เรซาอีระบุผ่านเอ็กซ์ (X) เมื่อวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) ว่า “กองทัพอิหร่านได้เตรียมการตอบโต้ต่อการกระทำอันสุ่มเสี่ยงครั้งใหม่ ซึ่งจะสร้างความเสียหายร้ายแรงยิ่งกว่าสงคราม 12 วัน และสงคราม 40 วัน” โดยอ้างถึงการโจมตีของอิสราเอลในเดือนมิ.ย. 2568 และความขัดแย้งที่เปิดฉากโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลในเดือนก.พ. พร้อมทั้งเตือนด้วยว่า “แผนปฏิบัติการใหม่ของอิหร่านจะไม่ดำเนินตามกฎเกณฑ์ที่พวกเขาคุ้นเคย”
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) รายงานในเช้าวันนี้ (19 ต.ค.) ว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่ “ละเมิดกฎระเบียบ” ได้ชนเข้ากับทุ่นระเบิดบริเวณตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ โดยแรงระเบิดส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในห้องเครื่องของเรือบรรทุกน้ำมัน
แถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านเซปาห์ นิวส์ (Sepah News) ซึ่งเป็นสำนักข่าวทางการของ IRGC ระบุด้วยว่า เรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อกฎระเบียบ ด้วยการปิดระบบ GPS และระบบนำทาง เพื่อพยายามแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซผ่านเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาตทางตอนใต้ของช่องแคบ
กองทัพเรือ IRGC ย้ำว่า หากเรือลำใดที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและน่านน้ำโดยรอบทำการปิดระบบนำทางและระบบระบุตัวตน เรือลำนั้นจะถูกจัดการอย่าง “รุนแรงและเด็ดขาด”
ทั้งนี้ อิหร่านได้เพิ่มมาตรการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซให้เข้มงวดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยสั่งห้ามเรือที่เป็นของอิสราเอลและสหรัฐฯ หรือเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับทั้งสองประเทศแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว หลังจากที่ทั้งสองประเทศร่วมกันเปิดฉากโจมตีดินแดนของอิหร่าน
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





