ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.42 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนค่า คาดกรอบวันนี้ 33.35-33.55

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 33.42 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเย็นวันพฤหัสบดีที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.50 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าขึ้นเนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าลงจากตลาดที่ลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เดือนนี้

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.35 – 33.55 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.86 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันพฤหัสฯที่ระดับ 157.69 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.123 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันพฤหัสฯที่ระดับ 1.1220 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 33.541 บาท/ดอลลาร์

-“เอกนิติ” กาง 3 เป้าหมายใหญ่ดันเศรษฐกิจโตเกิน 3% ดึงลงทุนแตะ 30% ติดท็อป 20 โลก หลังจบ IMF&World Bank

– ผู้ว่าฯธปท. เผยประชุม IMF-World Bank ยกระดับเชื่อมั่นศักยภาพไทย ต่อยอดสู่การลงทุนจริง และ การค้าขายจริง ที่ส่งผลดีต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยได้จริง

– ชาวฝรั่เศสจากหลายกลุ่ม ทั้งเกษตรกร นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ สหภาพแรงงาน และนักศึกษา ประมาณ 550,000 คนทั่วประเทศ  เข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องในประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าครองชีพ การศึกษา ไปจนถึงบริการสาธารณะ

– กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีศักยภาพช่วยขับเคลื่อนการเติบโต และเศรษฐกิจเอเชียมีความคึกคัก แต่โลกยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งเงินเฟ้อ หนี้สินระดับสูง สงคราม และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ การพึ่งพา AI เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตเพียงอย่างเดียวยังอาจสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจได้

– ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายของเฟดว่า เฟดพร้อมจะดูแลเสถียรภาพด้านราคา อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะส่งสัญญาณหรือคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้าสำหรับการประชุมที่เหลือตลอดปี 2569 พร้อมชี้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจด้านผลผลิต การจ้างงาน และเงินเฟ้อ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน

– ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยกล่าวว่าเขาจะไม่ตัดสินผลการประชุมล่วงหน้า

– นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ แต่ได้ประเมินโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ไว้ที่ 90% ตามเครื่องมือ FedWatch ของ CME

– ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวว่า จีนสนับสนุนให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพิ่มความเข้มข้นในการติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านการคลังของ “ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วรายใหญ่” รวมถึงผลกระทบที่ความเสี่ยงดังกล่าวส่งผ่านไปยังประเทศอื่น

– ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอาจบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ รักษาวินัยการคลัง ลดหนี้ที่สูงเกินไป และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ

– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ย. ข้อมูลเบื้องต้นของดัชนี PMI และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ 

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน