ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินภาพรวมผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยปี 69 มีแนวโน้มเติบโต 18% YoY หนุนโดยการฟื้นตัวของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี พร้อมขยับ เป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2570 ไปที่ 1,760 จุด (เทียบเท่า P/E 16.3 เท่าในปี 2571)
อย่างไรก็ดี ภาพการฟื้นตัวยังมีลักษณะ “กระจุกตัวสูง” (Concentrated Recovery) ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา ปัญหาอุทกภัย และแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) ที่ทรงตัวสูง
CGSI ระบุว่า ตามข้อมูลของ Bloomberg Consensus กำไรสุทธิรวมของตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 25% yoy แต่ลดลง 15% qoq ในไตรมาส 3/69 นำโดยการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มวัสดุก่อสร้างและกลุ่มปิโตรเคมี ส่วนปัจจัยหลักที่หนุนการฟื้นตัว yoy ได้แก่ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น สเปรดปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น และผลดีจากฐานที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมี กำไรน่าจะเติบโตเพียง 5% yoy และลดลง 6% qoq ในไตรมาส 3/69
ขณะที่กำไรงวด 9 เดือนปี 69 จะเติบโตเพียง 3% yoy เทียบกับอัตราการเติบโตของตลาดโดยรวมที่ 15% yoy ซึ่งเชื่อว่าสะท้อนถึงการฟื้นตัวของกำไรในปีนี้ยังคงกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็น cyclical อย่างกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมี มากกว่าจะเป็นการฟื้นตัวในวงกว้าง แต่ Bloomberg Consensus ยังคงคาดการณ์ว่ากำไรโดยรวมของตลาดจะเติบโต 10% yoy ในไตรมาส 4/69
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ความน่าสนใจในการลงทุนในหุ้นปันผลสูงของไทยลดลง อีกทั้งการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 69 อาจกดดันค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนต่างชาติ จึงเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงอาจจำกัดโอกาสที่ P/E ของ SET จะเพิ่มสูงขึ้น และทำให้การเติบโตของกำไรมีบทบาทสำคัญต่อ upside ของตลาดมากขึ้น
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่ากำไรรวมของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 18% yoy ในปี 69 เนื่องจากกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมีกำไรฟื้นตัว ก่อนจะเติบโตลดลงเหลือ 2% yoy ในปี 70 เมื่อราคาน้ำมันและค่าการกลั่น (GRM) กลับมาอยู่ในระดับปกติ แต่หากไม่รวมกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมีที่มีลักษณะ cyclical เชื่อว่ากำไรจะเติบโตสูงขึ้นเป็น 14% yoy ในปี 70 หลังจากลดลง 4% yoy ในปี 69 ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลขการเติบโตของกำไรตลาดในปีหน้าดูจะอ่อนตัวกว่าความเป็นจริง
ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ได้เลื่อนเป้าหมายดัชนี SET จาก 1,690 จุดในสิ้นปี 69 ออกไปเป็น 1,760 จุดในสิ้นปี 70 ซึ่งจะเท่ากับ P/E 16.3 เท่าในปี 71
พร้อมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการคัดเลือกหุ้น ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนตัว ผลกระทบจากน้ำท่วมล่าสุด และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีน้อยลง ดังนั้น จึงถอด CPALL, MTC, TIDLOR และ THAI ออกจากรายชื่อหุ้นแนะนำ และให้ขายทำกำไร AMATA รวมทั้งเปลี่ยนมาลงทุนใน PTTEP แทน PTT และเพิ่ม ITC เข้ามา
ส่งผลให้รายชื่อหุ้น Top pick ประกอบด้วย BH, PR9, DELTA, PTTEP, CPN, WHA, GULF, TFG, ITC และ KBANK





