ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (20 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกับการประท้วงอย่างรุนแรงในฝรั่งเศส ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นในยูโรโซน โดยเฉพาะในฝรั่งเศสซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของภูมิภาค
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 638.64 จุด ลดลง 0.92 จุด หรือ -0.14%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,838.49 จุด ลดลง 29.56 จุด หรือ -0.38%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,304.42 จุด ลดลง 15.35 จุด หรือ -0.06%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,733.00 จุด ลดลง 31.69 จุด หรือ -0.29%
การประท้วงที่ทวีความรุนแรงขึ้นซ้ำเติมแรงกดดันต่อฝรั่งเศส ซึ่งกำลังเผชิญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซาและหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ดัชนี CAC-40 ปิดลดลง
นักลงทุนที่กังวลต่อราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น ต่างพึ่งพาผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งเพื่อช่วยผลักดันดัชนี STOXX 600 ให้หลุดพ้นจากการเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ดำเนินมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า แม้ตลาดเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน แต่การเติบโตของผลประกอบการก็ยังสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนตลาดได้ โดยฤดูรายงานผลประกอบการในปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในไตรมาสที่ดีที่สุดในรอบหลายปีของยุโรปในแง่การเติบโตของกำไรต่อหุ้น
อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายในฝรั่งเศสได้เพิ่มความเสี่ยงให้กับตลาดอีกประการหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อฝรั่งเศสมีกำหนดจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีก 6 เดือนข้างหน้า
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเรื่องยากที่นักลงทุนจะมีความมั่นใจอย่างมากต่อการลงทุนในยุโรป พร้อมตั้งคำถามว่านักลงทุนควรจัดสรรเงินลงทุนไว้ในยุโรปมากเพียงใด ในเมื่อยังไม่แน่ชัดว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายอย่างไรในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยฝรั่งเศสเป็นจุดศูนย์กลางของความไม่แน่นอนดังกล่าว
หุ้นในหลายอุตสาหกรรมสำคัญของยุโรปปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลงมากที่สุด หลังหุ้น ABB บริษัทวิศวกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญให้แก่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ร่วงลง 5% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในทางกลับกัน หุ้น OVHcloud ผู้ให้บริการคลาวด์จากฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 18% แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน หลังบริษัทรายงานกระแสเงินสดอิสระหลังหักภาระดอกเบี้ยเป็นบวกเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อปี 2564
หุ้น Comet Holding ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากสวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 4.7% หลังยอดขายไตรมาส 3 ขยายตัวจากการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ขณะที่หุ้น Schneider Electric ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าจากฝรั่งเศส ร่วง 3.3% หลังบริษัทระดมทุนได้ 6,000 ล้านยูโร หรือ 6,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการเสนอขายหุ้นแบบเร่งรัดแก่นักลงทุนสถาบัน
ข้อมูลล่าสุดยังระบุว่า อัตราการเติบโตของค่าจ้างแรงงานในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอีกครั้งในช่วง 3 เดือนที่สิ้นสุดในเดือนส.ค. ซึ่งอาจสนับสนุนเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในเดือนหน้า ส่งผลให้ดัชนี FTSE 100 ของตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลง 0.29%
ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ขณะที่นักลงทุนในตลาดประเมินว่ามีโอกาส 85% ที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





