ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.63 แนวโน้มผันผวนช่วงสั้น จับตาความขัดแย้งตอ.กลาง-การเมืองยุโรป

เงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาดเช้านี้ อยู่ที่ระดับ 33.63 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากปิดวันก่อนที่ระดับ 33.65 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน ตามกระแสข่าวสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีข่าวว่าสหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้กลับมาเจรจาหยุดยิงอีกครั้ง และการเจรจามีความคืบหน้ามากขึ้น ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ส่งผลให้เงินดอลลาร์และราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง ส่วนราคาทองคำรีบาวด์สูงขึ้น

ก่อนที่การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ในตลาดการเงินจะพลิกกลับตรงข้าม หลังมีการยืนยันจากทางการอิหร่านว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ กดดันทั้งราคาทองคำและค่าเงินบาท

ทั้งนี้ เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED

โดยระหว่างวัน ตลาดจะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และสถานการณ์การเมืองยุโรปอย่างใกล้ชิด อีกทั้งติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB

นายพูน มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.31 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นที่ระดับ 158.00 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1230 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นที่ระดับ 1.1210 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.598 บาท/ดอลลาร์

– ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงแนวทางการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องรอผลควบคู่ไปกับบริบทเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนช่วงเวลาที่จะนำมาใช้หากประเมินแล้วว่ายังไม่เหมาะสมสามารถปรับเปลี่ยนหรือเลื่อนเวลาออกไปได้

– “คลัง” ปลื้มผลงาน IMF World Bank สุดปัง! “สันติธาร” ประเมินผลงานไทยได้ถึง “3 เหรียญทอง” ระดับโลกฐานะเป็นเจ้าภาพยอดเยี่ยม การเป็นผู้นำความคิดและการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ทั่วโลกเชื่อมั่น เตรียมต่อยอดเวที เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ที่ดาวอสต้นปีหน้า ชู “แบรนด์ไทยแลนด์” เจรจานักลงทุนดึงเงินต่างชาติ หวังเปลี่ยนดอกผลความสำเร็จจากงาน 1 สัปดาห์ สร้างประโยชน์ให้คนไทยยาว 10 ปี

– “รัฐ-เอกชน” ถกเข้มอนาคต “ดาต้าเซนเตอร์” ไทย ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานยุคเอไอ ชี้เป็นโอกาสทองยกระดับซัปพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์ไฮเทค ลดขาดดุลดิจิทัลเดือนละ 3 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดมุมมองรอบด้าน ทั้งแนวทางแก้กังวลเรื่องน้ำ-ไฟฟ้า นโยบายควบคุมระดับชาติ และข้อเสนอต้องป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาระค่าไฟของประชาชน

-ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. 2569 แม้แนวโน้มเงินเฟ้อมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงานและอาหาร แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงในไตรมาส 4/2569 และการขยายตัวยังคงไม่ทั่วถึง

– การสู้รบระหว่างกลุ่มฮูตีในเยเมนกับกองกำลังรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไปในวันอังคาร (20 ต.ค.) ขณะที่พันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีต่างเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ โดยอังกฤษประกาศแผนส่งเครื่องบินขับไล่ไปช่วยป้องกันซาอุดีอาระเบีย

– ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (20 ต.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ชะลอตัวลง

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (20 ต.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการที่นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด

– นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า รวมทั้งการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน