APM ยื่นไฟลิ่งขายหุ้นกู้มีประกัน TBC อายุ 2 ปี ดอกเบี้ย 7.00-7.25% ใช้พัฒนานิคมฯ LK-RICH

บริษัท ไทร เบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด (TBC) ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเป็นหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดหุ้นกู้ อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.00-7.25% ต่อปี

นายสมภพ ศักดิ์พันธุ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขออนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยคาดว่าจะสามารถกำหนดวันเสนอขายหุ้นกู้ได้ในช่วงระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน และ 1-2 ธันวาคม 2569  

สำหรับวัตถุประสงค์ของการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้เพื่อลงทุนในการจัดซื้อที่ดิน และ/หรือ พัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม

นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า TBC ได้ยื่นแบบแสดงรายการต่อก.ล.ต. สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเป็นหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิ ไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดหุ้นกู้ อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 7.00-7.25 ต่อปี  กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน หลักประกันประกอบด้วยที่ดินซึ่งมีแผนพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม หรือที่ดินที่ใช้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ออกหุ้นกู้และ/หรือผู้ให้หลักประกัน และปลอดภาระผูกพัน สิทธิเรียกร้องในเงินฝากที่มีเงื่อนไขการเบิกถอน หรือทรัพย์สินทั้งสองประเภทดังกล่าวร่วมกัน   กรณีใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน ต้องดำรงมูลค่าหลักประกันไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของมูลค่าหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขายได้ทั้งหมด ส่วนกรณีใช้เงินฝากที่มีเงื่อนไขการเบิกถอน ต้องดำรงมูลค่าหลักประกันไม่น้อยกว่า 1.0 เท่าของมูลค่าหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขายได้ทั้งหมด

บริษัท ไทร เบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด หรือ TBC มีผลประกอบการและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,609.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,427.14 ล้านบาท หรือ 781.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 182.64 ล้านบาท กำไรสุทธิ 847.57 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 52.65% และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 53.22%

สำหรับผลประกอบการปี 67-68 บริษัทมีรายได้รวม 473.78 ล้านบาท และ 473.87 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 116.71 ล้านบาท และ 163.23 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 23.73% และ 34.45% อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 39.83% และ 42.39% ตามลำดับ

นายหลักชัย กิตติพล ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ TBC กล่าวว่า บริษัทพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ภายใต้ชื่อ “นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง” หรือ “LK-RICH” ตั้งอยู่ที่ตำบลสำนักทอง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดย LK-RICH เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่มีระบบสาธารณูปโภคที่สมบูรณ์ครบถ้วน ได้แก่ น้ำประปา ไฟฟ้า ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบระบายน้ำ อีกทั้งตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเชื่อมโยงกับแหล่งอุตสาหกรรม การขนส่ง และเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีการประกอบธุรกิจที่ครอบคลุม 2 ธุรกิจหลัก ดังนี้ 1.ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้แก่การพัฒนา LK-RICH 2.ธุรกิจสาธารณูปโภค ประกอบด้วยการให้บริการน้ำดิบ น้ำประปา บำบัดน้ำเสีย และระบบไฟฟ้า โดยทั้ง 2 ธุรกิจนั้น มีความเชื่อมโยงซึ่งและกัน และ เป็นรากฐานสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทในอนาคต

กลุ่มอุตสาหกรรมใน LK-RICH ครอบคลุมการผลิตและแปรรูปยางล้อรถยนต์ ที่นอนยางพารา คาร์บอนแบล็ก และแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) บริษัทมีแผนต่อยอดไปยังห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม EV อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ S-Curve และธุรกิจ Data Center รวมถึงอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมจาก EEC และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เช่น อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และยานยนต์สมัยใหม่ ขณะเดียวกัน LK-RICH ยังคงให้ความสำคัญกับแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG) การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งดึงดูดผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน LK-RICH ได้รับอนุมัติจาก กนอ. และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 แบ่งเป็น 2 ระยะ รวมพื้นที่ 4,335 ไร่ โดยระยะที่ 1 มีพื้นที่ประมาณ 2,210 ไร่ และระยะที่ 2 ประมาณ 2,125 ไร่ อีกทั้ง บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งนิคมฯ ระยะที่ 3 ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ และประกาศเขตภายในครึ่งแรกของปี 70 นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างจัดหาพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนา LK-RICH 2

“การย้ายฐานการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น มายังภูมิภาคอาเซียนและไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงด้านการกีดกันทางการค้าและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน โดยไทยมีจุดแข็งด้านทำเลและการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC บริษัทจึงเตรียมพื้นที่และสาธารณูปโภคเพื่อรองรับความต้องการลงทุนในอนาคต” นายหลักชัย กล่าว

นายฐิติพัฒน์ ทวีสิน รองกรรมการผู้จัดการฝ่าย Corporate Finance Solutions & REIT บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ กล่าวว่า หุ้นกู้ TBC ครั้งที่ 1/2569 เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่าย หลายแห่ง ได้แก่ บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.โกลเบล็ก, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.บลูเบลล์, บล.บียอนด์, บล.พาย, บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์, บล.ไอร่า และอื่นๆ โดยมีธนาคารกรุงเทพ [BBL] เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้ และบล.ดาโอ (ประเทศไทย) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้