ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดตลาดลบในวันนี้ (22 ต.ค.) ซึ่งเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยังคงยืนเหนือระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และจุดชนวนความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก
ดัชนี Sensex [BSE.X] เปิดตลาดที่ระดับ 73,343.33 จุด ลดลง 366.36 จุด หรือ -0.50%
ดัชนีหุ้น 15 จากทั้งหมด 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักต่างปรับตัวลงสู่แดนลบ ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กและดัชนีหุ้นขนาดกลางร่วงลงกลุ่มละ 1.3%
ด้านสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ปรับตัวขึ้น 1.6% สู่ระดับ 110.6 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังเหตุการณ์ที่กลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดฉากโจมตีซาอุดีอาระเบียระลอกใหม่ ส่งผลให้สหรัฐฯ สั่งการให้นักการทูตและครอบครัวบางส่วนเดินทางออกจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลประจำซาอุฯ
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นถือเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่ออินเดีย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นสัดส่วนใหญ่ของประเทศ เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัว ซ้ำเติมภาวะการขาดดุลการคลัง และส่งผลกระทบต่อผลกำไรของภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ระบุว่า สมาชิกคณะกรรมการส่งสัญญาณว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แต่ยังคงสงวนท่าทีและไม่ได้สนับสนุนการเร่งคุมเข้มนโยบายการเงินเชิงรุก เนื่องจากยังมีความกังวลต่อความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





