
บริษัท เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) ได้บรรลุข้อตกลงกับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อให้เขายังคงพำนักอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียต่อไป หลังจากซีอีโอคนดังส่งสัญญาณเตือนว่ากำลังพิจารณาย้ายถิ่นฐานออกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงมติเห็นชอบข้อเสนอจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งในการลงประชามติเดือนหน้า
เมตาระบุในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว บริษัทจะออก “หุ้นที่ไม่มีสิทธิออกเสียง” (หุ้น Class C) ให้แก่ซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งเปิดทางให้เขาสามารถนำหุ้นส่วนนี้ออกขายเพื่อรองรับภาระภาษีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐได้ในกรณีที่กฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ โดยแลกกับการที่ซักเคอร์เบิร์กต้องให้คำมั่นสัญญาผูกพันว่าจะคงสถานะเป็นผู้พำนักในรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือสถานที่ใดก็ตามที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเมตา ต่อเนื่องเป็นเวลา 8 ปี
ก่อนหน้านี้ ซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ให้เป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยเป็นอันดับ 6 ของโลก ได้แจ้งต่อคณะกรรมการบริษัทว่า เขากำลังพิจารณาย้ายถิ่นที่อยู่หลักออกจากแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากการลงประชามติร่างกฎหมาย “ข้อเสนอที่ 40” (Proposition 40) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ภาษีความมั่งคั่งแคลิฟอร์เนีย” (California wealth tax) อาจสร้างภาระภาษีมหาศาลและบีบให้เขาจำใจต้องขายหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง ซึ่งจะส่งผลกระทบและลดทอนอำนาจการบริหารบริษัทของเขาโดยตรง
ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า ข้อเสนอที่ 40 ซึ่งกำหนดให้ชาวแคลิฟอร์เนียลงคะแนนเสียงว่า จะเรียกเก็บภาษีความมั่งคั่งในอัตรา 5% เพียงครั้งเดียวจากกลุ่มมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ในรัฐหรือไม่นั้น ยังมีความไม่แน่นอนสูงว่าจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ ปัจจุบัน รัฐแคลิฟอร์เนียมีมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์พำนักอยู่มากถึงราว 250 คน ซึ่งถือครองสินทรัพย์รวมกันคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข





