มูดี้ส์คงเครดิตฝรั่งเศสที่ Aa3 แต่แนวโน้มยังเป็นลบ เซ่นการเมืองป่วน-หนี้สูง

มูดี้ส์ (Moody’s) คงอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสไว้ที่ Aa3 แม้ประเทศกำลังเผชิญความไม่สงบทางสังคมและความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น พร้อมคงแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นลบ สะท้อนความกังวลว่าความแตกแยกทางการเมืองอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศและการแก้ไขปัญหาการคลัง

มูดี้ส์ระบุในรายงานเมื่อวันศุกร์ (23 ต.ค.) ว่า แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นลบสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความแตกแยกทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสถาบันนิติบัญญัติของฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากสถาบันต่าง ๆ ของประเทศสามารถลดการขาดดุลงบประมาณได้ มูดี้ส์ก็อาจปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือกลับสู่ระดับมีเสถียรภาพ

แม้มูดี้ส์จะคงอันดับ Aa3 ไว้ในระดับคุณภาพเครดิตสูง (High Grade) แต่ฝรั่งเศสยังเผชิญแรงกดดันจากการประท้วงและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้น จนนักลงทุนต่างจับตาการตัดสินใจด้านอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน

มูดี้ส์เตือนว่า ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองซึ่งเห็นได้จากความตึงเครียดทางสังคมในปัจจุบัน อาจลดทอนความสามารถของรัฐบาลฝรั่งเศสในการจัดการกับปัญหาสำคัญ ทั้งการขาดดุลงบประมาณในระดับสูง ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ตัวชี้วัดสำคัญด้านความน่าเชื่อถือทางเครดิตของรัฐบาลอ่อนแอลงเร็วกว่าที่มูดี้ส์ประเมินไว้

แรงกดดันด้านการคลังสะท้อนผ่านตัวเลขการขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูงกว่าเพดาน 3% ที่กำหนดไว้สำหรับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างมาก ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสมีหนี้มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะครบกำหนดชำระภายในปี 2573

เมื่อเดือนที่ผ่านมา กระทรวงการคลังฝรั่งเศสเตือนว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 121.7% ในปี 2570 ขณะที่ในสัปดาห์นี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปีพุ่งทะลุ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2545 ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีก็แตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีเช่นกัน

นอกจากปัญหาหนี้และการขาดดุลงบประมาณแล้ว ฝรั่งเศสยังเผชิญแรงกดดันจากการประท้วง โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนมากกว่า 500,000 คนออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อบริการสาธารณะที่เสื่อมถอยลงและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) และฟิทช์ (Fitch) ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสไปแล้วในปี 2568

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช