ค่ายรถญี่ปุ่นเร่งลดเวลาพัฒนารถรุ่นใหม่ รับมือคู่แข่งจีน

ผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่นเร่งปรับกระบวนการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ให้เร็วขึ้น เพื่อไล่ตามคู่แข่งจากจีนที่เปิดตัวรถรุ่นใหม่สู่ตลาดโลกได้รวดเร็วกว่า พร้อมรับมือกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) นิสสัน มอเตอร์ (Nissan Motor) และค่ายรถญี่ปุ่นรายอื่น ๆ ใช้เวลาพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ราว 4-5 ปี ซึ่งนานกว่าผู้ผลิตจีนมากกว่าสองเท่า โดยบริษัทจีนใช้เวลาไม่ถึง 2 ปีในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่

สำหรับนิสสัน บริษัทตั้งเป้าลดเวลาพัฒนารถยนต์ด้วยการใช้แพลตฟอร์มร่วมกันสำหรับรถหลายรุ่นที่มีขนาดเท่ากัน เช่น บริษัทวางแผนพัฒนารถ SUV รุ่นใหม่สำหรับตลาดอเมริกาเหนือให้เสร็จภายใน 3 ปี 1 เดือน เพื่อเปิดตัวในปี 2571 จากนั้นจะนำแพลตฟอร์มเดียวกันไปใช้กับรถรุ่นต่อยอด ซึ่งจะช่วยลดเวลาพัฒนาลงได้สูงสุด 40% เหลือ 2 ปี 6 เดือน

นิสสันคาดว่า กลยุทธ์ดังกล่าวจะครอบคลุมยอดขายทั่วโลกของบริษัท 80% และช่วยลดจำนวนประเภทชิ้นส่วนยานยนต์ลง 70% โดยฮิเดมิ ซาซากิ รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ของนิสสัน ระบุว่า การปฏิรูปครั้งนี้มีเป้าหมายให้บริษัทปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงและส่งมอบรถยนต์ที่ดีได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนทางด้านฮอนด้า ซึ่งกำลังเร่งฟื้นฟูธุรกิจหลังขาดทุนสุทธิเป็นครั้งแรกในปีงบการเงินที่ผ่านมา ได้นำแนวทาง “Triple Half” มาใช้ โดยตั้งเป้าลดต้นทุน ระยะเวลา และภาระงานในการพัฒนาลงครึ่งหนึ่งจากระดับปี 2568 พร้อมนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ เข้ามาช่วยอย่างเต็มที่ โดยจะเริ่มใช้แนวทางนี้กับรถรุ่นที่เริ่มพัฒนาในปี 2571

ขณะเดียวกัน โตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อพิจารณาจากยอดขาย ก็กำลังพยายามลดจำนวนประเภทชิ้นส่วนยานยนต์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า เพื่อเพิ่มผลิตภาพและเร่งการพัฒนารถยนต์ ภายใต้โครงการ “Area 35” ที่ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ในโรงงาน 35%

นอกจากนี้ ซูซูกิ มอเตอร์ (Suzuki Motor) วางแผนลดเวลาพัฒนารถยนต์ลงครึ่งหนึ่งจากปัจจุบัน เหลือประมาณ 2 ปี ส่วนมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors) วางแผนลดระยะเวลาพัฒนาลง 20% เหลือ 3 ปี ภายในปี 2573 โดยประมาณ

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปรียพรรณ มีสุข