บมจ.ทีเอสทีอี [TSTE] ประกาศทิศทางการเติบโตสู่ปีที่ 51 ภายใต้แนวคิด “Next Move Together” ตั้งเป้าผลักดัน Market Cap ทะลุ 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์ น้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์ อาหารและส่วนประกอบอาหาร แป้งสาลี และอสังหาริมทรัพย์

นายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ TSTE กล่าวว่า หัวใจของการก้าวสู่ Market Cap มากกว่า 10,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 4,000 ล้านบาท คือ New S-Curve จากกลุ่มธุรกิจอาหารและส่วนประกอบอาหาร โดยมี บริษัท ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง จำกัด (TSF) เป็นแกนหลัก ขณะที่โลจิสติกส์ ท่าเรือ คลังสินค้า และน้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์เป็นฐาน Organic Growth
TSTE ตั้งเป้าธุรกิจอาหารจะสร้างยอดขาย 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี และเตรียมเข้าจดทะเบียนใน SET ในอนาคต นำโดย บริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายและผงปรุงรสรายสำคัญของโลก ซึ่ง TSTE เข้าซื้อกิจการ มีรายได้ 456 ล้านบาทในปี 68 และมุ่งเป็นผู้จำหน่ายส่วนประกอบอาหารรายใหญ่ของโลก
ในตลาดผู้บริโภค จะผลักดันแบรนด์ขนมขบเคี้ยว Koriko สโลแกน “สาหร่ายนอกกรอบ” โดยมี “เก่ง-น้ำปิง” เป็นพรีเซนเตอร์เจาะกลุ่มวัยรุ่น พร้อมขยายสู่สาหร่ายทอด สาหร่ายย่าง และปลาแผ่นปรุงรส ้ด้วยการปรับรสชาติและเทคโนโลยีการผลิตให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภค และ TSF วางแผนผลิตปลาแผ่น Surimi ป้อนทั้งบริษัทในเครือและลูกค้าภายนอก ส่วน บริษัท เรดดี้ ทู อีท และ บริษัท เนเจอร์ เอกซ์แทรกชั่น รับจ้างผลิตให้ Start-up ในล็อตเล็ก โดย บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง (TSS) ซึ่งมี น.ส.กุลยา ตันติเตมิท เป็นประธานกรรมการ ดูแลงานขายและการตลาดของทั้งกลุ่ม
ด้านโลจิสติกส์ TSTE มุ่งสร้างพันธมิตรด้านขนถ่ายและคลังสินค้าน้ำตาล ขยายสู่เหล็กเส้น เหล็กแผ่นรีดร้อน ปุ๋ยยูเรีย และ Tank Farm ที่มีระบบป้องกันอัคคีภัยทันสมัย รองรับน้ำเชื่อม เอทานอล HVO, CPO และ UCO ส่วนอสังหาริมทรัพย์ขยายผ่าน บริษัท ทีเอสทีอี รีท แมเนจเมนท์ ผู้จัดการกองทรัสต์ ปัจจุบันบริหาร SIRIPRT และจะคัดเลือกสินทรัพย์เพิ่มเติม ขณะที่ที่ดิน 165 ไร่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กรุงเทพมหานคร เอื้อต่อการขนส่งและเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต
ในด้านความยั่งยืน TSTE ได้ติดตั้ง Solar Rooftop ที่อาคารคลังสินค้า ลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 943,000 หน่วยต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 448 ตันตลอดโครงการ พร้อมแผนลงทุนเพิ่มอีก 1 เมกะวัตต์ ส่วนด้านสังคม มีการจัดงานเทกระจาดให้ชุมชนโดยรอบเป็นประจำทุกปี และร่วมงานทอดกฐินวัดสำโรงใต้อย่างต่อเนื่อง
“50 ปีแห่งความสำเร็จของ TSTE คือความภาคภูมิใจในรากฐานและประสบการณ์ที่สั่งสมมา ปัจจัยสำคัญคือการปรับตัว ความกล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ และความร่วมมือของบริษัทในเครือที่สนับสนุนกันทั้งแบบ Vertical และ Horizontal Integration ก้าวต่อไปคือการต่อยอดศักยภาพให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง แสวงหาโอกาสใหม่ โดยมีธุรกิจอาหารเป็น New S-Curve เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน เพราะ ‘Next Move Together’ ไม่ใช่เพียงการก้าวสู่อนาคต แต่คือการก้าวไปด้วยกัน”นายชนะชัย กล่าว
TSTE เริ่มต้นจากกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำตาล 9 โรงงานที่ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท เดอะ ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล คอปอเรชั่น จำกัด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2519 เพื่อสร้างท่าเรือและคลังสินค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นศูนย์กลางรองรับการส่งออกน้ำตาลของโรงงานในภาคกลางและภาคตะวันตก และครบรอบ 50 ปีในวันที่ 27 กันยายน 2569 ต่อมาขยายธุรกิจสู่น้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์ อาหารและส่วนประกอบอาหาร และอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ปี 2550 และเปลี่ยนชื่อเป็น TSTE ในปี 2566 ปัจจุบันมีบริษัทย่อย 15 แห่ง บริษัทร่วม 2 แห่ง และบริษัทจดทะเบียน 2 แห่ง คือ TSTE ใน SET และ บมจ. ที เอส ฟลาวมิลล์ ใน mai





