ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (27 ต.ค.) สัญญาธัญพืชปิดลบทั้งกระดาน โดยสัญญาข้าวโพดและถั่วเหลืองถูกกดดันจากการที่เกษตรกรสหรัฐฯ เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่กองทุนยังคงขายสัญญาที่ถือครองไว้ ส่งผลให้ราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง
- สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 6.25 เซนต์ หรือ -1.37% ปิดที่ 4.4875 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.75 เซนต์ หรือ -0.93% ปิดที่ 6.1025 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 9.50 เซนต์ หรือ -0.76% ปิดที่ 12.4300 ดอลลาร์/บุชเชล
สัญญาถั่วเหลืองยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่สัญญาข้าวสาลีร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือนครึ่ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน และบรรดาเทรดเดอร์ประเมินแนวโน้มการส่งออกธัญพืชจากภูมิภาคทะเลดำ
เทรดเดอร์ยังคงกังวลว่าแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนจะส่งผลกระทบต่อความต้องการนำเข้าธัญพืชและถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ โดยเมื่อวันจันทร์ เงินเรียลบราซิลอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีบราซิลอีกครั้ง ส่งผลให้กระแสความเชื่อมั่นเชิงบวกของนักลงทุนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กลับทิศทาง หลังคู่แข่งฝ่ายขวาของเขามีคะแนนนำในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อต้นเดือน
ในวันอังคาร ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร เยน และปอนด์ ขณะที่เทรดเดอร์เตรียมรับมือการประชุมธนาคารกลางหลายแห่ง ซึ่งจะมีผลต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการประกาศผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ที่อาจส่งแรงกระเพื่อมต่อตลาดโดยรวม การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐอาจกดดันความต้องการสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ เนื่องจากทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ และลดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก
สัญญาข้าวโพดเผชิญแรงกดดันจากความคืบหน้าของการเก็บเกี่ยวในสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้สต็อกสินค้าปริมาณมากอยู่แล้วเพิ่มขึ้นอีก และเพิ่มปริมาณธัญพืชที่มีอยู่ในตลาดโลกเพื่อการส่งออก
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) เปิดเผยรายงานความคืบหน้าประจำสัปดาห์เมื่อวันจันทร์ว่า การเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองของสหรัฐฯ เสร็จสิ้นแล้ว 79% ณ วันอาทิตย์ ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่การเก็บเกี่ยวข้าวโพดเสร็จสิ้นแล้ว 60% โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ 10 รายคาดการณ์ไว้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





