ราคาหุ้นกลุมปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในเช้าวันนี้ โดยเมื่อเวลา 10.38 น. PTTGC ร่วง 8.33% ลดลง 4.25 บาท มาที่ 46.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,745.47 ล้านบาท
IVL ลบ 5.66% ลดลง 1.50 บาท มาที่ 25.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 321.76 ล้านบาท
BCP ร่วง 5.05% ลดลง 2.50 บาท มาที่ 47.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 526.96 ล้านบาท
TOP ลบ 4.60% ลดลง 3.00 บาท มาที่ 62.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,181.51 ล้านบาท
IRPC ลบ 2.86% ลดลง 0.08 บาท มาที่ 2.72 บาท มูลค่าการซื้อขาย 165.82 ล้านบาท
บล.บัวหลวง ระบุว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยถอดต้นทุนแฝง (ค่าขนส่ง, ค่าประกัน, ค่าสูญเสีย, ค่าสำรองน้ำมัน) ออกมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. เป็นต้นไป และมีผลเป็นการถาวร
จากการประเมินเบื้องต้น เราคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะคิดเป็น downside ต่อประมาณการกำไรกลุ่มโรงกลั่นปี 69 ราว 1-2% สำหรับปี 70 จะคิดเป็น downside ดังนี้ BCP (12%), IRPC (24%), SPRC (16%), TOP (10%), PTTGC (8%)
ขณะที่มาตรการลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นจะยังคงใช้ต่อไป (ประกาศฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ต.ค.) ทั้งนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอัตราสำหรับงวดถัดไป
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกดดันต่อแนวโน้มกำไร รวมทั้งราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่น เรายังคงชอบกลุ่ม Chemical มากกว่า (IVL: ไม่ได้รับผลกระทบ / PTTGC: ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และมี upside จาก new JV กับ SCC)
ด้าน บล.กรุงศรี ระบุว่า รมว. พลังงาน แถลงแนวทางปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยจะถอดค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่เกิดขึ้นจริงออกจากสูตรราคาหน้าโรงกลั่น (ค่าขนส่ง ค่าประกัน ค่าสูญเสีย และค่าสำรองน้ำมัน) ที่ถูกใช้อยู่ในสูตรคำนวณ EPPO ตั้งแต่ปี 2547 ขณะที่จะเปลี่ยนมาใช้รูปแบบ Cost Plus คือ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง แล้วบวกค่าการกลั่นเหมาะสมไม่เกิน 2.4 บาทต่อลิตร โดยกำไรส่วนที่เกินกว่านี้จะถูกนำมาคำนวณเป็นส่วนลดน้ำมัน มีผล 29 ต.ค. โดยรวมรัฐฯ คาดช่วยประหยัดต้นทุนไปได้ปีละ 1.0 หมื่นล้านบาท
ภาครัฐขอส่วนลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย. 2569 ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วง 16 ก.ย.-31 ต.ค. 2569 ที่ขอ 4 บาท/ลิตร
ประเด็นใหม่ดังกล่าวโดยรวมสร้างจิตวิทยาลบต่อกลุ่มโรงกลั่น เพราะล้วนเป็นประเด็นที่กดดันกำไรระยะถัดไป แต่หากเทียบกับประมาณการเราคาดกระทบจำกัด อิงนักวิเคราะห์พื้นฐานเราประเมินผลกระทบกรณีที่ 1 จะกระทบค่าการกลั่นราว -0.75 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล และยังเป็นผลกระทบอยู่นอกประมาณการราว 3-16% แต่ชดเชยบางส่วนจากกรณีที่ 2 ที่รัฐขอส่วนลดดีเซลโรงกลั่นน้อยลงเป็น 2 บาท/ลิตร ต่ำกว่าสมมติฐานที่เรากำหนดในประมาณการ 4 บาทต่อลิตร สร้าง Upside ต่อประมาณการ 0.3%-1.4%
เมื่อเทียบกับ หุ้นกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมี วานนี้ปรับลงเฉลี่ย -6% ถึง -3.6% ไปแล้ว และปรับลงจากจุดสูงสุดรอบนี้กรอบ -14.4% ถึง -6.5% ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางปัจจุบันยังยืดเยื้อ และเอื้อต่ออุตสาหกรรมโรงกลั่น และปิโตรเคมี เชิงกลยุทธ์ ระยะสั้นมองหุ้นน่าสนใจค่อยๆ ตั้งรับ TOP, IVL(ไม่มีธุรกิจโรงกลั่น), SCC และ PTTGC
โดย วรินทร ศิรินอก





