Binance ระงับการฝาก-ถอนเงินทั้งหมด เร่งสอบเหตุแฮกคริปโทฯ ยืนยันพร้อมชดเชยความเสียหาย

บริษัท Binance ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ได้ตัดสินใจระงับการฝากและถอนเงินทั้งหมด ในขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบเหตุการณ์ต้องสงสัยว่าอาจมีการโจรกรรมคริปโทฯ ซึ่งเป็นเหตุให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกอายัดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้าวันนี้ (30 ต.ค.)

Binance โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า “เรากำลังทำงานอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดย Binance จะรับผิดชอบชดเชยความเสียหายทั้งหมด และเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน การฝากและถอนเงินทั้งหมดจะถูกระงับเป็นการชั่วคราว ในระหว่างที่ทีมงานของเราดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัย อายัดเงิน และประสานงานกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย”

Binance ระบุว่า ขณะนี้มีสินทรัพย์ราว 3 พันล้านดอลลาร์ถูกอายัดไว้ แต่ “ตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ ราคาบิตคอยน์ดิ่งหลุดจากระดับ 78,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้านี้ หลังมีข่าวว่า Binance ถูกโจรกรรมเหรียญคริปโทฯ เป็นเงินสูงถึง 5.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และส่งผลให้บริษัทคริปโทฯ รายใหญ่หลายแห่งประกาศอายัดเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ราคาบิตคอยน์ [BTC.X] ร่วงลงกว่า 4% สู่ระดับ 77,994.96 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากดิ่งหลุดระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 80,000 ดอลลาร์

ส่วนราคาอีเธอร์ [ETH.X] ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ร่วงลง 4.84% แตะที่ระดับ 2,247.45 ขณะที่เหรียญ BNB ซึ่งเป็นโทเคนหลักของ Binance ดิ่งลง 7.68% สู่ระดับ 694.45 ดอลลาร์

บริษัทคริปโทฯ หลายแห่ง รวมถึง Circle และ Tether ซึ่งเป็นผู้ออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ ได้อายัดเงินเป็นมูลค่ารวมกัน 2.54 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต้องสงสัยดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.)

เจเรมี อัลแลร์ ซีอีโอของ Circle เปิดเผยว่า บริษัทได้อายัดเหรียญ USD Coin มูลค่ากว่า 800 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ เปาโล อาร์ดอยโน ซีอีโอของ Tether ระบุว่า บริษัทได้ระงับการทำธุรกรรมเหรียญ USDT มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ที่อาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ อี้ เหอ ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance เปิดเผยว่า บริษัท Ripple ได้ยับยั้งการเคลื่อนย้ายเงินมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต้องสงสัยดังกล่าวเช่นกัน

ด้าน Arkham Intelligence ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ระบุว่า พบสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าเกือบ 6 พันล้านดอลลาร์ในวอลเล็ต (Wallet) จำนวน 55 แห่งที่อาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้ ซึ่งบ่งชี้ว่ามูลค่าของการโจรกรรมอาจมากกว่าจำนวนเงินที่ถูกอายัดไว้อย่างมีนัยสำคัญ

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข