นักวิเคราะห์ฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้ยังคงผันผวนในกรอบ 1,510–1,530 จุด รับ sentiment ลบจากแรงขายหุ้นกลุ่มบิ๊กเทคในสหรัฐฯ แรงขายลดความเสี่ยงก่อนเลือกตั้งกลางเทอม และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ปัจจัยในประเทศเน้นจับตาการรายงานงบไตรมาสกลุ่ม Real Sector และเงินเฟ้อไทยเดือนต.ค.
นายชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] คาดดัชนีแกว่งผันผวนในกรอบ โดยยังมี Sentiment ลบ จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ การปรับลดความเสี่ยงของนักลงทุนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ รวมถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยประเด็นการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ จากผลโพลล่าสุดของสะท้อนว่าพรรคเดโมแครต (Democrat) มีโอกาสชนะการเลือกตั้งทั้งในสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) และวุฒิสภา (สภาสูง) ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ จะช่วยจำกัดอำนาจในการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐสหรัฐฯ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) มีแนวโน้มชะลอตัวลงและจะกลายเป็นผลบวกต่อทิศทางเงินทุนใน Emerging Markets โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นทิศทางของผลการเลือกตั้งเบื้องต้นภายในสัปดาห์นี้
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ โฟกัสหลักของตลาดอยู่ที่การรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสของ Real Sector โดยในวันนี้มีหุ้นสำคัญที่จะรายงานงบ ได้แก่ TRUE และ TU ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ต้องติดตาม คือ รายงานอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนตุลาคมโดยคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.4% ตามการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน
โดยประเมินกรอบแนวรับ 1,510 จุด และแนวต้าน 1,530 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (30 ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,770.31 จุด ลดลง 572.25 จุด หรือ -1.09% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,580.07 จุด ลดลง 140.32 จุด หรือ -1.82% ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,437.00 จุด ลดลง 747.73 จุด หรือ -2.86%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] เปิดที่ 62,972.02 จุด ลดลง 318.09 จุด หรือ -0.50% ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] เปิดที่ 23,301.74 จุด เพิ่มขึ้น 7.32 จุด หรือ +0.03% ตลาดหุ้นจีน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] เปิดที่ 3,614.31 จุด เพิ่มขึ้น 15.29 จุด หรือ +0.42% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 1.39%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (30 ต.ค.) 1,518.59 จุด ลดลง 26.01 จุด (-1.68%) มูลค่าซื้อขาย 73,620.02 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ( 30 ต.ค.) 1,060.43 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ธ.ค. ( 30 ต.ค..) ลดลง 78 เซนต์ หรือ 0.76% ปิดที่ 102.00 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (30 ต.ค..) อยู่ที่ 5.81 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.77 อ่อนค่ารับดอลลาร์แข็งค่าหลังนลท.เทขายสินทรัพย์เสี่ยง จับตาเลือกตั้งสหรัฐ
-เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ‘3 พ.ย.’ ไม่ใช่แค่ศึกชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสแต่เป็นบททดสอบอำนาจประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ทรัมป์’ ช่วง 2 ปีสุดท้าย ชาวอเมริกันหลายล้านคนทยอยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐทั่วประเทศแล้ว เดิมพันสำคัญอยู่ที่ว่าหากสภาใดสภาหนึ่งหรือทั้งสองสภาย้ายไปอยู่ในมือเดโมแครต ‘ทรัมป์’ จะทำงานยากทันที ท่ามกลางผลสะเทือนต่อทิศทางเศรษฐกิจการเมืองโลก
-“นักเศรษฐศาสตร์” เปิด “3 ฉากทัศน์” เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 3 พ.ย. 69 เตือน “ไทย” รับมือผันผวน “ดร.กอบศักดิ์” มองเกมสูสี รีพับลิกันยังมีลุ้นสภาสูง “ดร.พิพัฒน์” เชื่อรีพับลิกันเสียสภาล่าง สกัดอำนาจทรัมป์ “ดร.อมรเทพ” เปิด 3 ฉากทัศน์กระทบโลก “ดร.พชรพจน์” ห่วงสงครามยืดน้ำมันพุ่ง 150 ดอลลาร์
-“วิทัย รัตนากร” เปิดผลงานครบ 1 ปีนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ปรับยุทธศาสตร์ขยายบทบาทรักษาเสถียรภาพควบคู่ ดูแลเศรษฐกิจ มุ่งแก้โจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างการเงิน โจทย์ใหญ่ “รายได้โตน้อยกว่ารายจ่าย” ลุยออก 18 มาตรการการเงินเฉพาะจุด ผ่านการกำกับสถาบันการเงิน-ยกระดับสกัดเงินเทา ประกาศ 3 ภารกิจใหญ่ ปีที่ 2 แก้หนี้ครัวเรือนระดับบุคคล-ปรับโครงสร้างใหญ่ ธปท. ตั้งรองผู้ว่าฯกำกับน็อนแบงก์กว่า 3,000 รายทั่วประเทศ ครอบคลุมใบอนุญาต 24 ประเภท ประเดิมจัดระเบียบ “ร้านแลกเงิน” ปิดช่องโหว่ฟอกเงิน จ่อเพิกถอนไลเซ่นส์นับร้อยแห่ง
-กระทรวงคมนาคม กางแผนผลักดัน 12 โครงการใหญ่พัฒนาภาคอีสาน วงเงินกว่า 7.1 แสนล้านบาท พร้อมรับ ครม.สัญจร อุดรธานี หนุนงานมหกรรมพืชสวนโลก เร่งสร้างรถไฟทางคู่-ไฮสปีด ฟากทล-ทช.ดันถนนสายใหม่ แก้รถติด เชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางในภูมิภาค
-‘คลัง’ เผยปิดหีบปีงบประมาณ 2569 จัดเก็บรายได้ทะลุเป้าหมาย 2.74 หมื่นล้านบาท แตะ 2.94 ล้านล้านบาท อานิสงส์บริโภคในประเทศขยายตัว หนุนรีดภาษี VAT ทั้งจากการบริโภคในประเทศและนำเข้าพุ่ง ชี้ราคาน้ำมันดิบพุ่ง ช่วยหนุนผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่น-ไฟฟ้าโตแกร่ง หนุนรีดภาษีนิติบุคคลแจ่ม
-“เอกนิติ” เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ-อาหารแห่งอนาคต-อาหารสัตว์เลี้ยง ชูไทยอุดมสมบูรณ์เหมาะเป็นแหล่งวัตถุดิบผลผลิตทางการเกษตร ที่มีความพร้อมเป็นครัวโลก เชื่ออุตสาหกรรมอาหารจะสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทยบนเวทีโลก ด้าน สศช.ร่วมสนับสนุนเร่งอัพเกรดอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ฟากโบรกฯ แนะเก็บ ITC-TFG มองได้ประโยชน์สูงสุดในฐานะผู้นำตลาด
-รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานแจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบให้ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ไว้เท่าเดิมที่ 423 บาท/ถังขนาด 15 กิโลกรัม ต่อไปอีก 3 เดือน จากเดิมสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาวันที่ 31 ต.ค.2569 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค.2570
-กรมการค้าภายใน ออกเกณฑ์เข้มสกัดผู้ค้าและสินค้าต่างชาติสวมสิทธิ์ ยื่นขอรับสิทธิ์ได้ส่วนลดค่าธรรมเนียมขายสินค้าบน 3 แพลตฟอร์มยักษ์ หวังให้ SME ไทยได้ประโยชน์ ดีเดย์ลงทะเบียน 1 พ.ย. นี้ ส่วนค่าธรรมเนียมที่ลดลงเป็นค่าธรรมเนียมภาคบังคับ ไม่รวมค่าธรรมเนียมแบบสมัครใจที่ยังเก็บยิบย่อย
*หุ้นเด่นวันนี้
-STECON (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 23.50 บาท บอร์ด Data Center เสนอ 3 หลักการเข้า ครม. 3 พ.ย. นี้ คลายกังวล Data Center ที่อนุมัติก่อนหน้า 11 ส.ค. สร้างต่อได้ ซึ่ง STECON มีงาน Data Center ใน pipeline สูงถึง 5 หมื่นลบ. เราคาดกำไรไตรมาส 3/69 โต 56%YoY แม้ว่าเจอน้ำท่วมในไตรมาสนี้ ขณะที่ GPM ยืน 7.5% จากสัดส่วนรายได้งานเอกชน
-ITC (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 21.80 บาท ITC คงเป้าหมายยอดขายและอัตรากำไรขั้นปี 2569 แต่คาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะสูงกว่าเป้าหมาย 1 ppt จากค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียว แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่าย M&A แบบครั้งเดียวเพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรไตรมาส 4/2569 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดย Synergy จากดีลจะเป็น upside ในระยะกลางถึงยาว รวมผลประกอบการของ Phelps ในประมาณ โดยคาดว่าจะสร้างสัดส่วนกำไร 5-6% ในปี 2570-71 ก่อนรวม Synergy ส่งผลให้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 21.80 บาท พร้อมคงคำแนะนำ”ซื้อ”
-BDMS (กรุงศรี) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 27.50 บาท 1) แนวโน้มไตรมาส 3/69 คาดว่ามีกำไรสุทธิ 4,580 ลบ. (+6%y-y +41%q-q) ผู้ใช้บริการฟื้นตัวทั้งต่างชาติและไทย ขณะที่งวดไตรมาส 4/69 เติบโต y-y ต่อเนื่อง 2) ธุรกิจกระแสเงินสดมั่นคงสูง FCF Yield เกินปีละ 3.5% 3) PER27F ต ่ากว่า AVG – 1.0 S.D.
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





