HILITE: โบรกมองแม้เดโมแครตชนะแต่ยกเลิกคำสั่ง”ทรัมป์”ยากกดดันตลาดหุ้นผันผวน แนะใช้จังหวะสะสม 3 ธีมเด่น

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สหรัฐจะจัดการเลือกตั้งกลางเทอมในวันนี้ ซึ่งจากข้อมูลของ Decision Desk HQ (DDHQ) มีความน่าจะเป็น 83% ที่พรรค Democrat จะได้เสียงข้างมากในสภาล่าง และมีความน่าจะเป็น 63% ที่จะได้เสียงข้างมากในวุฒิสภาด้วย แต่ก็ยังมีนักวิเคราะห์ทางการเมืองสองสามรายที่มองว่าพรรค Republican อาจจะได้เสียงข้างมากในวุฒิสภา โดยอ้างว่าการสำรวจความเห็นส่วนใหญ่ในอดีตมักจะประเมินความน่าจะเป็นที่พรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งสูงเกินจริง

อย่างไรก็ตาม แม้พรรค Democrat จะคุมได้ทั้งสองสภาก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งคำสั่งประธานาธิบดี (executive order) ได้ง่าย ๆ โดยเรามองว่าการลงมติด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาดสองในสามของรัฐสภาสหรัฐเพื่อคัดค้านคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทำได้ยากในทางปฏิบัติ

โดยประการแรก ถ้าหากรัฐสภาไม่เห็นด้วยกับคำสั่งฝ่ายบริหารก็สามารถออกกฎหมายตามปกติ หรือ กฎหมายใหม่ที่ขัดแย้ง, ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกคำสั่งดังกล่าวได้

ประการที่สอง หากประธานาธิบดียืนกรานให้ใช้คำสั่งประธานาธิบดี ก็น่าจะใช้สิทธิ์ยับยั้ง (veto) กฎหมายใหม่ของสภา Congress

ประการที่สาม การจะคว่ำมติยับยั้งและทำให้คำสั่งประธานาธิบดีไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ สภา Congress ต้องลงมติเพื่อใช้อำนาจหักล้างการยับยั้ง โดยใช้เสียงข้างมาก supermajority สองในสามของทั้งสภาผู้แทนฯ และ วุฒิสภา ซึ่งเมื่ออิงจากข้อมูลจำนวนที่นั่งของสภา Congress ในอดีต พบว่ามีน้อยครั้งมากที่จะสามารถรวบรวมเสียงเพื่อลงมติ supermajority ได้สำเร็จ

ดังนั้น executive order ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดที่ออกโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปแม้ว่าพรรค Democrats จะชนะการเลือกตั้งในทั้งสองสภาก็ตาม

ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าสำหรับประธานาธิบดีจากพรรค Republican การที่สภา Congress เสียงแตกจะเป็นผลดีกับตลาดมากกว่าอย่างมาก

ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่านับแต่ยุค 1970 มา ช่วงที่ประธานาธิบดีมาจากพรรค Republican หากสภา Congress เสียงแตก ผลตอบแทนรายปีของดัชนี S&P500 จะอยู่ที่ 13.7% ในขณะที่ผลตอบแทนในกรณีที่พรรค Democrat คุมสภาทั้งหมดจะอยู่ที่ 4.9% เท่านั้น

เหตุผลที่ทำให้ตลาดแข็งแกร่งในช่วงที่สภา Congress เสียงแตกรอบนี้น่าจะเป็นเพราะกระบวนการตรวจสอบ และ ถ่วงดุล (check-and-balance) ช่วยคัดกรองนโยบายที่ดูสุดโต่ง และ อาจจะส่งผลลบต่อตลาดออกไป ดังนั้น หากผลเป็นไปตาม consensus ว่าพรรค Democrat คุมได้ทั้งสองสภาก็อาจเป็นปัจจัยที่กด upside ของหุ้นสหรัฐเอาไว้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรสังเกตด้วยว่าตลาดสหรัฐในขณะนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยอื่น ๆ ด้วย ซึ่งได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และ นโยบายการเงินสหรัฐ

หุ้นไทย discount ปัจจัยความไม่แน่นอนในต่างประเทศไปมากแล้ว แนะนำซื้อสะสมในช่วงที่ผันผวน

ธีมหุ้นเดือนพฤศจิกายนของเราประกอบด้วย

ธีมแรกคือเราชอบกลุ่มธนาคารซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะได้อานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน ควบคู่ไปกับเงินปันผลระหว่างกาลที่น่าสนใจในงวด H2/69

ธีมที่สองคือเราชอบหุ้นกลุ่มหลักที่โยงกับประเด็น data center ของไทย ถึงแม้ว่าอาจมีการเลื่อนใช้เกณฑ์ใหม่ในการกำกับดูแลไปเป็น ไตรมาส 1/70 แต่เรายังเห็นปัจจัยกระตุ้นเชิงบวกรออยู่ข้างหน้า โดยเราเลือก GULF, STECON และ WHA สำหรับธีมนี้

ส่วนธีมที่สาม เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ช่วง high season เราจึงคาดว่ากำไรของกลุ่มโรงแรมที่เน้นตลาดในประเทศน่าจะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเราเลือก CENTEL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้