ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน หุ้นเทคโนโลยีร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (3 พ.ย.) โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่วงลงตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดวอลล์สตรีท ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่

  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 23,515.29 จุด เพิ่มขึ้น 121.97 จุด หรือ +0.52%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 3,612.09 จุด ลดลง 25.95 จุด หรือ -0.71%
  • ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 3.61%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับขึ้น 0.39%
  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันวัฒนธรรม


ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดลบอย่างต่อเนื่องในวันจันทร์ (2 พ.ย.) หลังจากที่ดิ่งลง 1.82% และ 2.86% ตามลำดับ เมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีอาจสร้างผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินจำนวนมากที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงตามทิศทางวอลล์สตรีท โดยหุ้น Samsung Electronics ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ดิ่งลงกว่า 5% ในการซื้อขายเช้านี้

หุ้น Apple ร่วงลง 2.8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการที่ตลาดวอลล์สตรีท หลังจากบริษัทคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น (gross margins) ลดลง โดยระบุถึงต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากธุรกิจบริการต่ำกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้

นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันนี้ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรคืนจากพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หรือไม่ โดยพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในช่วงสองปีแรกของวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์

ผลสำรวจล่าสุดบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะคว้าชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ผลลัพธ์ในวุฒิสภายังคงไม่ชัดเจน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่ โดย Pfizer, Shopify และ Marathon Petroleum มีกำหนดรายงานผลประกอบการก่อนที่ตลาดวอลล์สตรีทจะเปิดทำการ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ กระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนก.ย.ที่เพิ่มขึ้น 2.9% และจากเดือนส.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.1% เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงก็ตาม

ด้านธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.85% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี และเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ในปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ RBA คาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปี 2570 และคาดว่าจะยังไม่ลดลงสู่กรอบเป้าหมายที่ระดับ 2% – 3% จนกว่าจะถึงปลายปี 2570 ซึ่งล่าช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ 3 ไตรมาส

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข

ข่าวล่าสุด