PSL ลั่นภาพรวมเรือเทกองสดใสสั่งต่อ Ultramax เพิ่ม 4 ลำ ลุยกระจายพอร์ตเรือน้ำมันเสริมแกร่งรายได้

บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง [PSL] เผยภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าแห้งเทกองได้รับปัจจัยหนุนเชิงบวกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันระยะทางขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทเน้นใช้กลยุทธ์ทำสัญญาระยะยาวแบบ อิงดัชนีตลาด (Index-linked) เพื่อรับผลประโยชน์จากค่าระวางขาขึ้นได้อย่างเต็มที่ พร้อมกระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมันสำเร็จรูป (MR/CPP) นอกจากนี้เดินหน้าสั่งต่อเรือใหม่ Ultramax 4 ลำ ส่งมอบปี 2573–2574 ย้ำปัจจัยพื้นฐานแกร่งขานรับดีมานด์ถ่านหินจากกระแส AI และ EV ทั่วโลก

นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง [PSL] เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าแห้งเทกองได้รับปัจจัยหนุนเชิงบวกจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้การส่งออกสินค้าแห้งเทกองจากอ่าวเปอร์เซียไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ผู้ซื้อจึงจำเป็นต้องหันไปจัดหาสินค้าจากแหล่งผลิตที่อยู่ห่างไกลออกไป ก่อให้เกิดความไม่มีประสิทธิภาพในระบบการเดินเรือ ซึ่งกลายเป็นผลบวกที่ช่วยผลักดันระยะทางขนส่งและพยุงโครงสร้างอัตราค่าระวางเรือให้อยู่ในระดับสูง

โดยกลยุทธ์การบริหารสัญญาว่าจ้างและการล็อกสัญญาค่าระวางเรือ ปัจจุบันสัดส่วนการล็อกสัญญาเช่าล่วงหน้าแบบอัตราคงที่ระยะ 3 ปีของบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22% ขณะที่ปี 70 มีการล็อกสัญญาคงที่ไว้แล้ว 29% ที่อัตราเฉลี่ย 18,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน อย่างไรก็ตามบริษัทเลือกที่จะเปิดรับความเสี่ยงต่อตลาด โดยใช้กลยุทธ์การนำเรือส่วนใหญ่เข้าทำสัญญาระยะยาวประเภทที่อัตราค่าระวางอิงกับดัชนีตลาด ทั้งนี้ หากบริษัทผูกสัญญาแบบอิงดัชนี เมื่อตลาดค่าระวางปรับตัวเป็นขาขึ้น บริษัทจะได้รับผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้จะต้องแลกกับความเสี่ยงในยามที่ตลาดปรับตัวลงก็ตาม แต่เนื่องจากบริษัทมีมุมมองเชิงบวกอย่างยิ่งต่อทิศทางตลาดในอนาคต จึงไม่ต้องการเร่งล็อกสัญญาแบบอัตราคงที่มากเกินไป

สำหรับสถานการณ์ของเรือ “หทัยนารี” ถูกส่งมอบคืนให้บริษัทฯ จากสัญญาเช่าเหมาลำฉบับก่อนที่เมืองฮัมรียาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงต้น เดือนมีนาคม และได้อยู่ในบริเวณอ่าวเปอร์เซียภายใต้การบริหารของกลุ่มบริษัทฯ โดยไม่มีรายได้ เป็นเวลาประมาณ 2.5 เดือน ระหว่างรอการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ต่อมา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เรือได้ทำสัญญาเช่าเหมาลำ ระยะเวลา (Time Charter) อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ เรือยังคงอยู่ใน พื้นที่ดังกล่าวเพื่อรอการเดินเรือต่อไปอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ฝ่ายบริหารคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมี นัยสำคัญต่องบการเงินของกลุ่มบริษัทฯ

ด้านกลยุทธ์การดำเนินงาน บริษัทได้กระจายพอร์ตการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมันสำเร็จรูป (MR/CPP) ที่มีผลกำไรสูงช่วยลดการพึ่งพากลุ่มสินค้าแห้งเทกอง ซึ่งได้รับประโยชน์ระยะสั้น เนื่องจากการหยุดชะงักในเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันของเอเชียตะวันตกครั้งใหญ่ ส่งผลให้เกิดภาวะระยะทางขนส่ง (tonne-mile) พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเรือธารินีนารี สามารถสร้างกระแสเงินสดสุทธิจากการเดินเรือ 8 เที่ยวแรกได้ถึง 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในเที่ยวที่ 10 ทำอัตราค่าระวางสุทธิได้สูงถึง 91,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

สำหรับแผนการลงทุนบริษัทได้สั่งต่อเรือใหม่ประเภท Ultramax จำนวน 4 ลำ ที่มีกำหนดส่งมอบในปี 2573-2574 มีมูลค่าเฉลี่ยลำละกว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะจ่ายเงินงวดแรกในไตรมาสที่ 4 ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือทางอู่ต่อเรือจะต้องส่งมอบหนังสือค้ำประกันการคืนเงินจากธนาคารที่ยอมรับได้ให้แก่บริษัทก่อนเท่านั้น นอกจากนี้ยังพิจารณาบริหารเงินทุนผ่านการกระจายพอร์ตการลงทุน เช่น การซื้อเรือมือสอง การชำระคืนหนี้ หรือการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น โดยบริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการแบบผสมผสานทุกแนวทางควบคู่กันไป

ขณะที่สถานการณ์เรือขนาดใหญ่ Capesize เป็นกลุ่มที่มีความผันผวนสูงที่สุดในตลาดสินค้าแห้งเทกอง ในขณะที่กองเรือขนาดเล็กของบริษัทมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพมากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องผันผวนตามเรือ Capesize แต่อย่างใด

ด้านมุมมองต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางหากคลี่คลายลง บริษัทยังมองไม่เห็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อค่าระวาง เนื่องจากมีปริมาณสินค้าส่งออกจำนวนมหาศาลที่ตกค้างอยู่ภายในภูมิภาคและไม่สามารถส่งออกได้ ดังเช่นเรือหทัยนารีที่ต้องจอดค้างอยู่หลายเดือน ดังนั้นหากสถานการณ์คลี่คลาย จะมีเรือจำนวนมากแล่นเข้าไปขนถ่ายสินค้าที่คั่งค้างเหล่านี้ออกสู่ตลาดโลก ช่วยคลายปัญหาการขาดแคลนสินค้า อีกทั้ง ค่าระวางเรือมีความแข็งแกร่งมาตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลางแล้ว โดยได้รับแรงผลักดันหลักจากการส่งออกที่เติบโตสูงในแอฟริกาตะวันตกจนเกิดความแออัดในท่าเรือ และความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากกระแส AI และรถ EV ซึ่งส่งผลให้ความต้องการขนส่งถ่านหินเพิ่มขึ้น ปัจจัยเชิงโครงสร้างเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนสงครามและจะยังคงขับเคลื่อนตลาดต่อไปแม้สงครามจะสิ้นสุดลง

โดย วรินทร ศิรินอก