
คณะกรรมการค่าจ้างชุดใหม่ของบังกลาเทศเปิดประชุมนัดแรกวันนี้ (4 พ.ย.) เพื่อพิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างใหม่ของแรงงานในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป หลังคนงานชุมนุมประท้วงรุนแรงยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 5
กลุ่มคนงานเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากเดือนละ 12,500 ตากา (ราว 3,400 บาท) เป็น 30,000 ตากา (ราว 8,150 บาท) ให้สอดรับกับค่าครองชีพที่พุ่งสูง โดยการชุมนุมเริ่มบานปลายกลายเป็นเหตุปะทะในศูนย์กลางการผลิตสำคัญอย่างเมืองซาวาร์และกาจีปุระ ผู้ประท้วงพากันปิดถนนสายหลัก ตำรวจจึงต้องยิงแก๊สน้ำตาและปาระเบิดเสียงเพื่อสลายการชุมนุม
ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบีบให้โรงงานหลายร้อยแห่งต้องหยุดผลิตชั่วคราว ท่ามกลางความกังวลว่าจะส่งมอบสินค้าไม่ทันกำหนด โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งเป็นโค้งสำคัญของการเร่งผลิตออเดอร์เสื้อผ้าสำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน
ทั้งนี้ บังกลาเทศเป็นประเทศผู้ส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากจีน อุตสาหกรรมนี้จ้างแรงงานราว 4 ล้านคน และกวาดรายได้คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของยอดส่งออกทั้งประเทศ ทั้งยังเป็นฐานการผลิตป้อนแบรนด์ดังระดับโลกอย่างวอลมาร์ท (Walmart), เอชแอนด์เอ็ม (H&M) และซาร่า (Zara) ในเครืออินดิเท็กซ์ (Inditex)
เอชแอนด์เอ็มระบุว่า แม้บางโรงงานต้องปิดชั่วคราว แต่ยังไม่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานมากนัก ทว่าบรรดาผู้ผลิตกลับเตือนว่า ภาคธุรกิจนี้กำลังแบกรับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่พุ่งสูง การแข่งขันในภูมิภาค ความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตลอดจนกำลังซื้อในตลาดส่งออกหลักที่ชะลอตัวลง
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า บอร์ดค่าจ้างซึ่งมีกรรมการ 6 คน ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างข้อเรียกร้องของแรงงานกับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม พร้อมแนะให้แบรนด์ระดับโลกช่วยพยุงช่วงเปลี่ยนผ่าน ด้วยการรับซื้อสินค้าในราคาที่เป็นธรรมขึ้น
เซลิม ไรฮาน อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธากา เตือนว่า หากปัญหาแรงงานยืดเยื้อ จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ซื้อมากกว่าการขึ้นค่าแรงเสียอีก พร้อมกับเสริมว่า “หากคิดจะพึ่งพาแต่แรงงานราคาถูกเป็นจุดขายตลอดไปก็ถือว่าคิดผิด บังกลาเทศต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างความน่าเชื่อถือ ยกระดับโรงงาน และหันไปผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้นแทน”
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข





