ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า กังวลเดโมแครตคุมเข้ม AI หลังชนะเลือกตั้งกลางเทอม

สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (4 พ.ย.) หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมอย่างถล่มทลาย ทำให้นักลงทุนกังวลว่าสภาคองเกรสภายใต้การนำของเดโมแครตอาจออกมาตรการควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.3% แตะที่ระดับ 101.566

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.49 เยน จากระดับ 158.73 เยนในวันอังคาร (3 พ.ย.) นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8172 ฟรังก์ จากระดับ 0.8209 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3972 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4003 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1223 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1190 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3468 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3415 ดอลลาร์

พรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้สามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรส โดยพรรคเดโมแครตสามารถเอาชนะในรัฐที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ อันเนื่องมาจากกระแสต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจทำให้กระแสต่อต้านการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง อีกทั้งกังวลว่าพรรคเดโมแครตจะออกมาตรการควบคุมและข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อภาคส่วนนี้ เนื่องจากเดโมแครตมีนโยบายคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์และคัดค้านการลดหย่อนภาษีให้บริษัทเทคโนโลยี ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องพึ่งพาการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ AI ในสัดส่วนสูง

ทั้งนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจลดความน่าดึงดูดของดอลลาร์ และลดความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 86,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 75,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 86,000 ตำแหน่งเช่นกันในเดือนก.ย.

สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 54.5 ในเดือนต.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 54.8 จากระดับ 54.9 ในเดือนก.ย.

ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (6 พ.ย.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช