
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกระเบียบกำหนดให้ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 35 คณะ ต้องผ่านมติที่ประชุมก่อนเชิญบุคคลเข้าชี้แจง จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการรวบอำนาจตั้งแต่ฝ่ายบริหารไปจนถึงฝ่ายนิติบัญญัติว่า แนวทางดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดหลักปฏิบัติให้ กมธ.ดำเนินงานตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่
ดังนั้น หนังสือที่ประธานสภาฯ ออกมาจึงเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นการเพิ่มอำนาจหรือกำหนดเงื่อนไขใดเกินกว่าที่ข้อบังคับกำหนด รวมถึงไม่ได้ให้อำนาจเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกเงื่อนไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สำหรับกรณีที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติ 7:0 เสียง ให้เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงนั้น นายภราดร กล่าวว่า กรรมาธิการจะเชิญบุคคลใดถือเป็นสิทธิของกรรมาธิการ ซี่งการจะเชิญบุคคลใดไปชี้แจงจะต้องเป็นมติร่วมกันของกรรมาธิการ ตรงนี้เป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่ต้องเป็นการเชิญไปชี้แจงในห้องกรรมาธิการ ส่วนหากจะเชิญไปชี้แจงในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตนไม่แน่ใจว่าใช้อำนาจแบบไหนหรือใช้ข้อบังคับข้อไหน ที่ผ่านมาไม่มีแบบนี้
นายภราดร ยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา “ระบอบสีน้ำเงินกินรวบฝ่ายนิติบัญญัติ” โดยชี้ว่าเป็นเพียงวาทกรรม ที่ถูกนำมาพูดโหมโรงก่อนเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกลุ่มคนที่มักกล่าวหาผู้อื่นว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา แต่เมื่อตนเองมีอำนาจในชั้น กมธ. กลับใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยไม่รับฟังเสียงของผู้อื่น
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





