หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งลง กังวลเฟดเข้มงวดนโยบายการเงิน-สถานการณ์ยูเครน

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะ Sideway Down ตามตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาคจากความกังวลเฟดมีโอกาสใช้นโยบายทางการเงินเข้มงวดขึ้นเร็วกว่าคาด และความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐและรัสเซีย โดยให้แนวรับที่ 1,630 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,620 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,655 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคระห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่ จะ Sideway Down ตามตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาคจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรการทางนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นเร็วกว่า คาดในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 25-26 ม.ค. นี้

ในขณะเดียวกันยังมีความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐและรัสเซียเกี่ยวกับประเด็นยูเครน ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงลง

โดยให้แนวรับที่ 1,630 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,620 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,655 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (24 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,364.50 จุด เพิ่มขึ้น 99.13 จุด (+0.29%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,410.13 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด (0.28%) และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,855.13 จุด เพิ่มขึ้น 86.21 จุด (+ 0.63%)

– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 121.55 จุด หรือ -0.44% , ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 14.83 จุด หรือ -0.42% และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 404.94 จุด หรือ -1.64%

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (24 ม.ค.) 1,640.54 จุด ลดลง 12.19 จุด, -0.74%

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,943.17 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 ม.ค.65

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.พ.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (24 ม.ค.) ปิดที่ระดับ 83.31 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.62 ดอลลาร์ หรือ 1.84%

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (24 ม.ค.) อยู่ที่ 5.82 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 32.95/98 แนวโน้ม sideway ในกรอบ 32.90-33.05 นลท.รอผลประชุมเฟด

– ครม.เทเงินกู้ 5.32 หมื่นล้าน อนุมัติ 3 โครงการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ เคาะคนละครึ่งเฟส 4 จ่ายคนละ 1,200 บาท เลื่อนใช้เร็วขึ้นเป็น 1 ก.พ.นี้ พร้อมเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 600 บาท “คลัง” ชี้มีเงินเข้าระบบ 7.9 หมื่นล้าน หนุนจีดีพี 0.21% นายกฯ ยืนยันกำชับดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท ตรึงค่าไฟถึง มี.ค.นี้

– แบงก์ชาติเตรียมออกเกณฑ์อนุญาตใช้สินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภท “สเตเบิลคอยน์” ใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการได้ ยกธนาคารกลางส่วนใหญ่เปิดทางอิงเงินตราในประเทศนั้น 100% ด้าน “อาคม” ดับฝันเอกชน ยืนยันไม่เลื่อนเก็บภาษีคริปโทฯตามข้อเสนอ

– ส.อ.ท.โชว์ตัวเลขการผลิตรถยนต์ปี 2564 ที่ 1.685 ล้านคัน เกินเป้าที่ตั้งเป้าไว้ 1.6 ล้านคันปักหมุดหมายใหม่ปี 2565 ที่ 1.8 ล้านคันโดยวางการส่งออกแตะ 1 ล้านคัน หลัง ธ.ค. 2564 ส่งออกสูงสุดรอบ 9 เดือน ปลื้มปี 2564 โกยรายได้ส่งออกทั้งกลุ่มมูลค่า 8.26 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 กว่า 2.34 แสนล้านบาท แต่ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงใกล้ชิดโดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนชิป สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

– ครม.เพิ่ม “ไก่ เนื้อไก่” เป็นสินค้าควบคุม ชี้เป็นเนื้ออาหารทางเลือกช่วงหมูแพง “ประภัตร” ปูดกลางวง ครม. เจอหมูในสต๊อก 14 ล้านกิโลกรัม จี้ขายก่อนตรุษจีน ขู่ไม่เอาออกมา จะนำเข้าจากต่างประเทศ ดัดหลังพวกกักตุน ขณะที่ประจวบคีรีขันธ์ ประกาศเขตโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ASF หลังตรวจพบเชื้อฟาร์มหมู 3 แห่งใน 2 อำเภอ ทำลายสุกร 117 ตัว ทำการฝังกลบในฟาร์มที่เกิดโรค สั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์

– “คลัง” เดินหน้ารีดภาษีขายหุ้น-ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังโควิดคลี่คลาย เศรษฐกิจเริ่มฟื้น เสียงแข็งไม่ลดภาษีน้ำมัน วอนขอเป็นทางเลือกสุดท้ายคุมราคาพลังงาน แจงรัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องใช้เงิน

– หอการค้าไทยชี้ปี 65 ราคาอาหารทั่วโลก และไทยจ่อปรับฐานครั้งยิ่งใหญ่ หลังต้นทุนผลิตพุ่งขึ้นยกแผง แต่ผู้ผลิตไทยยังไม่ขึ้นราคาขาย เพราะร่วมมือพาณิชย์ตรึงราคาไว้ ถ้าไม่ไหวคงต้องขอขึ้นแต่ไม่มากเหตุกำลังซื้อคนไทยยังไม่มี เสนอรัฐช่วยลดต้นทุน พร้อมคาดปี 65 ส่งออกอาหารทะลุ 1.2 ล้านล้านบาท

หุ้นเด่นวันนี้

– RS (เคทีบีเอสที) เป้าเชิงกลยุทธ์ 22.00 บาท รายได้โตจากธุรกิจค่าปลีกและ Entertainment ที่ฟื้นตัว ส่วน Deal M&A ยูนิลีเวอร์ หากสำเร็จจะช่วยเพิ่มยอดขายและอัพมาร์จิ้น หนึ่งในตัวแปรสำคัญในปี 22 คือความสำเร็จของการออกเหรียญ “Pop Coin” หากเป็นที่นิยมและถูกนำมา Redeem มากจะเป็นบวกกับรายได้ของ RS group KTBST ประเมินกำไรสุทธิปี 2022-2023 ที่ 576 ลบ. และ 811 ลบ. +156%YoY, +41%YoY ตามลำดับ

– STANLY (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 250 บาท เป็นหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่ PER ต่ำเพียง 8 เท่าและ PBV เพียง 0.7 เท่า ขณะที่การเติบโตของกำไรในปี 2022-24 คาด +14% CAGR คิดเป็น PEG 0.59 เท่า กำไร 3Q22 (ต.ค.-ธ.ค. 2021) คาด +53% Q-Q, -5% Y-Y หนุนทั้งปี 2022 (สิ้นสุด มี.ค. 2022) +46% Y-Y และคาด STANLY ได้อานิสงส์จาก Trend EV เพราะโคมไฟและฟลอดไฟยังเป็นชิ้นส่วนสำคัญ

– TU (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25.50 บาท ประเมินกำไรสุทธิในช่วง 4Q64 ที่ระดับ 1,992 ลบ.(+36.64%YoY, +2.83%QoQ) เติบโตตามยอดขายขยายตัวมาอยู่ที่ 37,625 ลบ. (+12.43% YoY, +5.87% QoQ) รับแรงหนุนจาก ยอดขายกลุ่มธุรกิจ Frozen & Chilled Seafood ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการที่สหรัฐฯ และยุโรป Reopening ร้านอาหารสามารถกลับมาเปิดได้ตามปกติ และ กลุ่มธุรกิจ Petcare & Value-added ที่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ปกติภายหลังจาก Q3/64 ประสบปัญหา มีการปิดโรงงาน Songkla Canning ราว 2 สัปดาห์ สำหรับช่วงถัดไปยังมีแรงหนุนจาก 1.จากโมเมนตัมการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจ Petcare & Value-added 2.แนวโน้มการฟื้นตัวการดำเนินงานของ Red Lobster ในปี65 3.การนำกลุ่มธุรกิจจดทะเบียนในตลาด (TFMในปีน64, i-tail ในปี65) และ 4.จากการลงทุนในธุรกิจที่มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนใน Alternative Protein, เครื่องปรุงรส(RBF*), ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ(Zeavita ร่วมกับ IP*, ZEA ร่วมกับ Thai Bev) , บรรจุภัณฑ์(ร่วมกับ SFLEX*)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ม.ค. 65)

Tags: , ,
Back to Top