
ทำเนียบขาวเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่รัสเซียโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรนในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 รายในกรุงเคียฟ และสร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนจำนวนมาก
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ปธน.ทรัมป์ไม่พอใจกับเหตุโจมตีครั้งนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะทั้งสองประเทศสู้รบกันมาอย่างนาน และปธน.ทรัมป์จะออกแถลงการณ์เพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้
เลวิตต์กล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียสร้างความสูญเสียอย่างหนัก ขณะเดียวกัน ยูเครนก็โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียหลายแห่งในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา
เลวิตต์เสริมว่า ปธน.ทรัมป์ยังคงต้องการให้สงครามยุติ แต่ยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายอาจยังไม่พร้อมจะยุติความขัดแย้งด้วยตนเอง
รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ที่ปธน.ทรัมป์พบปะกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียที่รัฐอะแลสกาเมื่อเกือบสองสัปดาห์ก่อน ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกี่ยวกับการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างยูเครนและรัสเซีย แม้เขาจะพยายามผลักดันการเจรจาหยุดยิงก็ตาม
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์พยายามผลักดันให้ปูตินพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน และตั้งใจเข้าร่วมการประชุมสามฝ่ายเพื่อหาทางยุติสงคราม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากปธน.ทรัมป์ระบุว่าปธน.ปูตินไม่ชอบผู้นำยูเครน
ด้านสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์เมื่อไม่นานมานี้ว่า เขามีแผนที่จะพบคณะผู้แทนยูเครนที่นิวยอร์กภายในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าอาจจะเป็นวันนี้ (29 ส.ค.)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)