
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (30 พ.ย.) ว่า กิจกรรมภาคการผลิตจีนหดตัวลดเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันในเดือนพ.ย. ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ ในขณะที่ผู้ผลิตยังคงประสบปัญหาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซา
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นแตะที่ 49.2 ในเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนต.ค. แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
รายงานระบุว่า ฝั่งการผลิตและความต้องการต่างแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีย่อยด้านการผลิตอยู่ที่ 50.0 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีย่อยด้านคำสั่งซื้อใหม่ของฝั่งความต้องการเพิ่มขึ้นแตะที่ 49.2
เมื่อพิจารณาอุตสาหกรรมเฉพาะ ดัชนีการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ การแปรรูปอาหารเกษตรกรรม และการถลุงโลหะนอกกลุ่มเหล็กอยู่ในเขตขยายตัว ซึ่งบ่งชี้ถึงกิจกรรมการผลิตและความต้องการที่คึกคัก
ดัชนี PMI สำหรับวิสาหกิจขนาดเล็กมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าแตะที่ 49.1 สู่ระดับสูงสุดในรอบหกเดือน ขณะที่ดัชนี PMI สำหรับวิสาหกิจขนาดใหญ่ลดลงมาอยู่ที่ 49.3 ส่วนตัวเลขสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางเพิ่มขึ้นแตะระดับ 48.9
ภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีดัชนี PMI อยู่ที่ 50.1 ซึ่งยังคงอยู่ในเกณฑ์ขยายตัวเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน
ทั้งนี้ ความคาดหวังของตลาดยังคงมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนีย่อยสำหรับความคาดหวังด้านกิจกรรมการผลิตและการดำเนินงานเพิ่มขึ้นแตะที่ 53.1 จากเดือนต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า วิสาหกิจภาคการผลิตมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อพัฒนาการของตลาดในช่วงที่ผ่านมาข้อมูล NBS ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์แสดงให้เห็นว่า
ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI นอกภาคการผลิตจีนหดลงสู่ระดับ 49.5 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 50.1 เมื่อเดือนก่อนหน้า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 พ.ย. 68)





