
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (12 ม.ค.) โดยปรับตัวตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ปิดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อ่อนแอเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,151.14 จุด เพิ่มขึ้น 30.71 จุด หรือ +0.75% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 26,456.22 จุด เพิ่มขึ้น 224.43 จุด หรือ +0.86%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปรับตัวขึ้น 0.50% และดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 1.11% ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันบรรลุนิติภาวะ (Coming of Age Day)
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 66,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.4% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5%
นักลงทุนจับตาทิศทางราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด ในขณะที่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 โดยข้อมูลล่าสุดจากหน่วยข่าวนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านในขณะนี้มีมากกว่า 500 ราย
สื่อหลายสำนักรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ในการแทรกแซงอิหร่าน ขณะที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเตือนว่า อิหร่านจะโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ หากปธน.ทรัมป์เข้าแทรกแซงอิหร่าน พร้อมกับกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้ปลุกปั่นความวุ่นวายในครั้งนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)





